• » 57. คน ค้น คน

    คอลัมน์  How to Win

    คน ค้น คน

    ศาสตราจารย์  ดร. อุทิส  ศิริวรรณ

    วันพุธที่ 9 ตุลาคม 2556

    ———–

    เกิดเป็นอะไรเลือกไม่ได้ อยากเป็นอะไรเลือกได้”

    (บทสนทนาระหว่างดร. กุลชาติ จุลเพ็ญ กับสัญญา คุณากร)

    โลกมีเรื่องราวมากมาย และมีความหมายซ่อนอยู่ ไม่ออกไปดู ไม่ออกไปรู้ ไม่เข้าใจ

    ผมเริ่มหันมาสนใจ “สุขภาพ” ในปี 2553 ในวันเดือนปีที่ผลเลือด ระบุชัดเจนว่า เบาหวาน ไขมัน ความดัน และโรคอ้วนในระยะเริ่มต้นได้โจมตีผมโดยไม่ให้ตั้งตัว

    ผมใช้เวลากว่า 4 ปีต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆ ยังไม่หายดีนัก แต่ก็ไม่ลำบากจนเกินไป

    เกิดจากทำงานหนัก ทำงานเพลิน ทำงานข้ามวันข้ามคืน จนลืมพักผ่อน ลืมให้เวลาแก่ตัวเอง

    คนเรานั้นแปลกโดยเฉพาะนักวิชาการ นักบริหาร มักจะเพลิดเพลิน และมีความสุข สนุกกับงาน สนุกกับการอ่าน สนุกกับการเดินทาง สนุกกับการได้พบปะพูดคุยกับคนมากมายหลายวงการ

    คนไม่เคยรู้จัก มองหน้าก็ไม่รู้ใจ เป็นกลุ่มคนที่ต้องพบต้องเผชิญทุกวี่วัน

    หลังจากเป็นเบาหวานและทำใจได้แล้วว่าไม่มีวันหายขาด ก็ต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติตนเอง

    ผมใช้หลักง่ายๆ ในการต่อสู้เพียงแค่ 3 ประเด็น พิจารณาตนเอง ตักเตือนตนเอง แก้ไขตนเอง

    หลักพิจารณาตนเอง ต้องหวนกลับมาตั้งคำถามตนเองว่า “ทำงานหนักทำไม?” “ทำเพื่อใคร?” “ทำเพื่ออะไร?”

    มีคำตอบนอกเหนือคำถามผุดขึ้นมากมาย เมื่อเรามี “เวลา”ให้แก่ตนเอง

    นักวิชาการ  นักบริหาร ผู้เริ่มมีอันจะกิน และหมอทั้งหลายจะคล้ายกัน คือ “อายุสั้น” กว่าคนปกติทั่วไป เพราะไม่มีเวลา “ดูแลสุขภาพ” หรือ “เอาใจใส่” สุขภาพตนเองกันอย่างจริงจัง

    คำสอนคนเก่าก่อนที่ดีมากคือ “กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง”

    ไม่อยากเป็นโรคเบาหวาน หรือโรคที่รักษาไม่หาย  ก็ให้หลีกเลี่ยงข้าว แป้ง น้ำตาล

    หลังเจาะเลือดตรวจแบบถี่ยิบ ทุกวันสองวัน ได้พบค่าตัวเลขอัศจรรย์ว่า การจะดึงค่าน้ำตาลในเลือดให้ลดลงมาอยู่ระดับปลอดภัยประมาณ 120 บวกลบต้องงดแป้งและน้ำตาลโดยเฉพาะข้าวเด็ดขาด

    โรคเบาหวาน ความดัน  หรือมะเร็ง ใครไม่เป็น ถ้าเลือกได้ ก็อย่าเลือกที่จะเป็น เพราะพอเป็นแล้ว ก็เหมือนมี “ระเบิดเวลา” ที่พร้อมระเบิดตูม ถล่ม “เจ้าตัว” ได้ทุกเมื่อ

    เป็นแล้วก็ไม่ต้องวิตก ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องคิดอะไรมาก คนเราเกิดมา ไม่จากกันวันนี้ ก็จากกันวันหน้า ไม่จากกันวันนี้ ก็จากกันวันพรุ่ง ไม่จากเป็น ก็จากตาย

    หลักแก้ไขตนเอง คนเราเมื่อรู้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิต “พลาด” แล้ว ก็ให้ถอยหลังกลับสักก้าว หยุดคิด ตั้งสติ ตั้งหลัก

    กลับมาศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ เจาะลึก จะพบแนวปฏิบัติประคองชีวิตอยู่ได้อย่างคนปกติ เหมือนคนธรรมดา เพียงแต่ “ลด ละ เลิก” อาหารและกับข้าวบางอย่างที่ส่งผลต่อโรคประจำตัวที่เรามี

    ก็จะใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข เหมือนคนธรรมดาทั่วไป เหมือนคนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ชีวิตคนเรา สร้างไม่ได้ แต่ซ่อมแซมได้ ก็ซ่อมแซมตนเอง ด้วยอาหารครบ 5 หมู่ จากกินมาก ก็กินให้น้อยลง ใช้ “สมาธิ” ใช้ “การสวดมนต์” “การอยู่คนเดียวเงียบๆ” ใช้  “พลังจิต” ช่วยรักษา “ร่างกาย”

    คนเรา สำเร็จหรือล้มเหลวอยู่ที่ “จิตสั่ง” โดยเฉพาะ “จิตเหนือสำนึก” และ “จิตใต้สำนึก”

    ผมดูแลสุขภาพ จนอยู่ในระดับ “เกือบปกติ” แม้ไม่หายขาด แต่ก็มีสุขตามประสา ได้แง่คิดว่า

    ความยากลำบากที่จักต้องกินในสิ่งที่ฝืน ฝึกและสอนให้เราอดทน
    การมีเวลาให้แก่ตัวเอง ฝึกให้เราเกิดความพยายามที่จะ “เอาชนะ” โรคต่างๆ และทุกปัญหาที่เข้ามา
    การตกเป็นเหยื่อของโรคร้ายแรง ทำให้เรามีเป้าหมายชีวิตที่แจ่มชัด รู้ว่าต้องอยู่แบบ “เตรียมตัว เตรียมพร้อม เตรียมใจ เตรียมการ” ที่จะ “ตาย” และต้อง “ตาย” ให้ได้อย่างคนไม่ประมาท
    ผมได้สัจธรรมชีวิตว่า คนเราถ้าไม่ยากลำบากจนถึงที่สุด เราก็จะไม่ค้น ไม่แสวงหา ไม่เสาะหา ไม่ดิ้นรนไขว่คว้า จนไปพบ ไปเจอกับสิ่งที่เราคิดว่า “ใช่” นั้น

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    comments


หากมีประโยชน์ ร่วมแชร์บทความ: 57. คน ค้น คน นี่ได้เลยครับ