• » 59. ราโชวาทรัชกาลที่ ๕

     คอลัมน์  How to Win

    ราโชวาทรัชกาลที่ ๕

    ศาสตราจารย์  ดร. อุทิส  ศิริวรรณ
    นายกสมาคมบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต

    วันพุธที่ 23 ตุลาคม 2556

    ———–

                  “..เราจะเป็นเหมือนบิดาของเจ้าเสมอตลอดไป ย่อมยินดีด้วยในเวลามีสุข และช่วย

    ปลดเปลื้องอันตรายในเวลามีภัยได้ทุกข์

                                                                                                                       จุฬาลงกรณ์ ปร.

    วันนี้ เป็นวันปิยมหาราช “วิถีแห่งชัยชนะ” ของรัชกาลที่
    5 เป็นประเด็นน่าวิเคราะห์และศึกษา

    ในอดีต สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรได้มีเงื่อนไขว่าหากยกเจ้า หญิงดารารัศมีให้เป็นพระราชธิดาบุญธรรมในสมเด็จพระราชินีนาถแล้วไซร้ เจ้าหญิงดารารัศมีจะได้เป็น  “Princess of Siam” เทียบเท่ากับพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงสยาม และเวียงพิงค์จะมีอำนาจมากกว่าเดิม              แต่รัชกาลที่ 5 “ฉลาดกว่า” ก็เลย “ยกสถานะ” เจ้าดารารัศมีเป็น “พระมเหสี”  เมื่อ “ร่วมหอลงเตียงร่วมเรียงเคียงกัน” คนนั่งคุยหรือจะสู้คนนอนคุย อะไรที่ว่ายากแสนยาก ก็กลายเป็นเรื่องง่ายเกินกว่าที่คิด!

    วันนี้ อยากพูดคุย  “หลักฐานใหม่” ที่น่าสนใจนั่นคือ  “พระบรมราโชวาท” ของพระปิยมหาราช ฉบับที่ 1 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ร.ศ. 112 ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. 2437
    รายละเอียดฉบับเต็ม คลิกอ่านได้ที่ http://www.finearts.go.th/node/5678
    ผมได้รับรู้ “ความจริง” จากประวัติศาสตร์ที่ “บันทึก” ด้วยลายมือของรัชกาลที่ 5 ว่า
    “…เจ้ากรุงธนบุรีเสียจริตมีความโลภเป็นประมาณ เร่งรีดเงินทองจากคนทั้งปวง บรรดาพระญาติวงศ์ทั้ง ๒ ฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเอง และฝ่ายกรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ (พระมเหสีของรัชกาลที่ 1) ก็ต้องรับอาญาต่างๆ แทบจะไม่มีตัวเว้นจนตลอดกรมสมเด็จพระพระอมรินทรามาตย์ จนเกิดขบถขึ้นภายในพระนคร จับเจ้ากรุงธนบุรีให้ออกเสียจากอำนาจ..”
    ใครๆก็อยากเป็นใหญ่ ตรงนี้ร. 5 บันทึกไว้ว่า  “…พระยาสรรค์ได้ว่าราชการบ้านเมือง เดิมก็คิดจะมอบราชสมบัติถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก แต่ภายหลังมาลุอำนาจแก่ความโลภ จึงได้เกิดรบราฆ่าแกงกันขึ้นกับกรมพระราชวังหลัง ซึ่งเป็นพระยาสุริยอภัย (หลานของรัชกาลที่ 1) โดยใช้อุบายปล่อยเจ้ารามลักษณ์ผู้เป็นหลานเจ้ากรุงธนบุรีให้ออกเป็นตัว การ…” สุดท้าย “เสีย” ด้วยกันทั้งคู่ ไม่มีใครได้อะไร
    เจ้าตากมีศักดิ์เป็น “เขย” ร. 1 เพราะได้กับ “หวาน” ซึ่งเป็นลูกสาวคนที่ 3  ของร. 1 ประวัติศาสตร์เรียก “ฉิมใหญ่” มีบุตรด้วยกัน 1 คนคือ “เจ้าฟ้าเหม็น” เป็นหลานตาเกิดจากเจ้าตากที่ ร. 1  รักมากเก็บไว้ข้างตัวตลอด อยู่มาได้ตลอดแผ่นดินร. 1 ได้รับปกป้องดูแลจากร. 1  ตลอด
    เป็นเรื่องน่ารันทดใจว่า สิ้น ร. 1 “เจ้าฟ้าเหม็น” ก็ไม่รอดถูก “ประหาร” สมัย ร. 2 ด้วยข้อหา “ขบถ”
    คนเรานั้นแม้จะเคารพนับถือและคุ้นเคยกันมากแค่ไหนเพียงไร “อำนาจ” ไม่เข้าใครออกใคร
    กิเลส-กรรม-วิบาก โลภโกรธหลงเป็นเหตุให้ทำดีทำชั่วผลของกรรมดีกรรมชั่วก็จะส่งผลให้คนเราเผชิญ โชคชะตาชีวิตด้านดีด้านร้าย ทำดีมากก็ได้ดิบได้ดี ทำไม่ดีไว้ก็ซวยไป ร. 5 บันทึกไว้สั้นๆ ว่า
    “…เพราะมีผู้ที่แค้นเคืองเจ้ากรุงธนบุรีเป็นอันมาก และถ้าไม่ทำเช่นนั้น บ้านเมืองก็จะไม่เป็นปรกติเรียบร้อยได้ เพราะผู้ที่นับถือเจ้ากรุงธนบุรีก็ยังมีบ้าง จึงเป็นการจำเป็นต้องให้ประหารชีวิตเจ้ากรุงธนบุรีเสีย แต่ถึงดังนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกยังไม่สิ้นความนับถือหรือยก ข้อเหตุที่ทำอันตรายแก่ครอบครัวของท่าน…และทำลายวงศ์ตระกูลแห่งเจ้ากรุง ธนบุรีตามคำขอแห่งกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท…”

    ทรงบันทึกไว้ว่าพระพงศ์อมรินทร์ พระอินทรอภัยเป็นต้นซึ่งเป็น “ลูกแท้ๆ” ของพระเจ้าตากยังเอามาใช้สอยใกล้ชิดมากได้เป็นถึง “…หมอถวายพระโอสถและเข้ามารักษาในพระราชวัง ผู้ซึ่งเป็นบุตรแห่งศัตรูทั้งหลายเหล่านั้นเมื่อได้รับพระกรุณาเช่นนั้นก็ กลับกลายเป็นดีไปจนถึงใช้ไปทัพจับศึกกันก็ได้…”
    ผมอ่านเรื่องราวในประวัติศาสตร์แล้วได้ความรู้สึกหลากหลายอารมณ์ สุข ซึ้ง โศก เศร้า  รันทด เห็นใจ สะเทือนใจ ประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนอ่านแล้วก็รู้สึก “ใจหาย” ประวัติศาสตร์บางตอนก็รู้สึกว่าท่านต่างๆ นั้น ยามดีก็ดีใจหาย ยามร้ายก็ร้ายเกินกว่าที่คิด สมัยนี้อยู่ห่างไกลคนเป็นใหญ่เป็นโตดีกว่า
    เหมือนตัวละครการเมืองต่างๆ ที่ยังโลดแล่นให้เราเห็นกันอยู่ในเวลานี้ เราคงได้เห็นบางคนติดคุก บางคนหนีออกนอกประเทศ บางคนถูกยึดทรัพย์ บางคนเสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่เชื่อก็คอยตามดู
    ผมได้แง่คิดว่า คนเราสุขหรือทุกข์เป็นเพราะกิเลส-กรรม-วิบาก คนดีๆ เสียหาย ฉิบหาย วิบัติเพราะการเมือง ถ้ารักสุข เกลียดทุกข์  อยากตายดี อยากกินอิ่มนอนอุ่น จำไว้ อย่าเล่นการเมือง อย่าลงการเมืองครับ!

     

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    comments


หากมีประโยชน์ ร่วมแชร์บทความ: 59. ราโชวาทรัชกาลที่ ๕ นี่ได้เลยครับ