• » 63. เงินอยากได้ แต่งานไม่อยากทำ

    คอลัมน์  How to Win

    เงินอยากได้ แต่งานไม่อยากทำ

    ศาสตราจารย์  ดร. อุทิส  ศิริวรรณ

    12 เมษายน 2557

    ———–

    “แทนที่ไอบีเอ็มจะรับประกันว่าคุณจะได้รับการว่าจ้าง ตัวคุณเองต่างหากที่ต้องให้หลักประกันว่าจะได้รับการว่าจ้าง”

                   ฟรีดแมน, The World is Flat

     

                   วันนี้ในสภาพเศรษฐกิจตกต่ำยาวนาน หลายองค์การทั้งภาครัฐและเอกชน เผชิญกับปัญหาเรื่องการจ้างงาน

    ประเด็นท้าทายการจัดการมี 2 เรื่อง

    เรื่องแรกคือ คนในประเทศทั้งหมดต้องมีอารมณ์และความรู้สึกเดือดร้อนร่วมกันว่ากำลังเดือด ร้อนหนักหนาแสนสาหัสกับผลที่เกิดจากการขัดแย้งทางการเมืองอันยาวนาน

    เรื่องที่ 2 คนในประเทศต้องกล้าคิดกล้าสื่อสารกล้าทำในสิ่งที่แปลกแยกและแตกต่างออกไปจากเดิม

    วันนี้คนไทยเราส่วนใหญ่โดยเฉพาะวัยรุ่น แทบไม่มีเป้าหมายหรือแรงบันดาลใจฝันหรือใฝ่อะไร

    อยู่กันไปวันๆ เงินอยากได้ แต่งานไม่อยากทำ และค่านิยมนี้ได้ระบาดแพร่หลายไปทั่วทุกวงการ จนกลายเป็นมะเร็งร้ายที่น่ากลัวหนักหนาสาหัสกว่า และผมมองว่ายิ่งกว่า “ทุจริตคอรัปชัน”

    ค่านิยม “เงินอยากได้ แต่งานไม่อยากทำ” เห็นชัดเจนคือ รับจ้างงานอะไรก็ได้ที่สรวลเสเฮฮา มีข้าวกิน มีคนคุย มีคนจ่ายเงินให้  งานแบบนี้เริ่มมีคนร่วมงานมากขึ้นเรื่อยๆ

    พอคนส่วนใหญ่ไม่ยอมทำงาน ก็เกิดกระแสคนไม่ทำงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

    ลืมนึกถึงหลักความจริงกันว่า เมื่อไม่ทำงานกันนานๆ แล้ว จะอยู่อย่างไร ทำมาหากินกันอย่างไร?

    เราลืมนึกถึงหลักความจริงว่าในปี 2558 คือปีหน้า คนอีกจำนวนมากจะทยอยตกงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นไปตามหลักการค้าระหว่างประเทศ

    ทฤษฎีว่าด้วย “แรงงานย้ายถิ่น” บ่งชี้ชัดเจนว่า การย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ  การจ้างเหมาหน่วยงานภายนอกทำแทนเบ็ดเสร็จ การลดขนาดธุรกิจ การปิดโรงงาน

    ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีผลต่อคนที่ทำงานในโรงงานต่อเนื่องและยาวนาน และจะตกเป็นภาระขององค์การและภาครัฐในการหาเงินมาจ่ายค่าจ้างระหว่างคนเหล่า นี้ไม่มีงานทำ

    คนจะอยู่รอดได้หลังเปิดการค้าเสรีอาเซียน คือคนที่ “เงินอยากได้ งานก็ทำ ไม่เลือกไม่เกี่ยงงาน” เท่านั้น

    คือคนที่รีบหางานทำให้ได้เงินใช้เร็วที่สุด คือคนที่ฝึกหัด ฝึกปรือ ฝึกฝนตนเองให้มี  “ทักษะใหม่ๆ” ให้เร็วที่สุด

     “การอ่าน” เป็นทางลัดที่ทำให้สามารถค้นพบทำงานที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด

    คุณทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ เจ้าของกิจการระดับหมื่นล้านบาท ร่ำรวยสร้างฐานะขึ้นมาได้เพราะ “การอ่าน”
    คุณทองมา ชอบอ่านหนังสือแนว “ธรรมะ”

    ตั้งแต่วัยเด็กก็อ่านที่วัดใกล้บ้าน ทั้งนั่งอ่านในลานวัดเบญจมบพิตร วัดโพธิ์ท่าเตียน วัดพระแก้ว อ่านเรื่อยๆ จนเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯก็ยังอ่านหนังสือแนวธรรมะเพื่อค้นหา “ธรรมะสำหรับคนสู้ชีวิต”

    อ่านจนตกผลึก และประยุกต์ใช้มรรค 8 ในการทำธุรกิจ เริ่มจาก “เห็น” และ “คิด” เฉพาะงานที่เป็นสัมมาอาชีวะ จากนั้นก็ “เจรจา” ค้าขายยึดหลักซื่อสัตย์สุจริต เลือกจะทำ “งาน” และ “อาชีพ” ที่ไม่ทำให้ใครเจ็บไม่ทำให้ใครตาย

    ยึดหลัก “ขยันหาขยันเก็บ” ใช้ “สติ” รู้สึกตัวตลอดเวลาและ “สมาธิ” ใจไม่วอกแวกไม่โลภโมโทสันเกินพอดี

    ด้วยพลังอำนาจแห่งมรรค 8 ประการดังกล่าว ชะตาชีวิตของเขาก็โลดโผนโจนทะยาน จากม้านอกสายตาก็กลายเป็นม้ามืดและกลายเป็น “เศรษฐีใหม่” รวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทยนานหลายปีติดต่อกัน

    เขาเป็นผู้ให้กำเนิดก่อเกิด “วัฒนธรรมพฤกษา” หลักคิดหลักทำงานง่ายๆ นั่นคือ ใจรักเมตตาอยากช่วยเหลือ มุ่งเพื่อลูกค้า คิดไตร่ตรองแนวปฏิบัติ มุ่งมั่นปฏิบัติจนสำเร็จ และส่งมอบผลงานประทับใจลูกค้า

    ประธาน บมจ. พฤกษา เชื่อเต็มร้อยว่า “ศีลสมาธิปัญญาทำให้คนเราร่ำรวย ทำให้ค้าขายเจริญรุ่งเรืองได้”

    วิถีแห่งชัยชนะ ต้องทำงานฉลาดมีไหวพริบ ลงมือเร็วกว่าคนอื่นและเติบโตยั่งยืนระยะยาวได้ก็ด้วยความซื่อสัตย์!

     

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    comments


หากมีประโยชน์ ร่วมแชร์บทความ: 63. เงินอยากได้ แต่งานไม่อยากทำ นี่ได้เลยครับ