• » 4. การศึกษายุค 1.0

    “การศึกษายุค 1.0”

    ศ. ดร. อุทิส ศิริวรรณ

    หนังสือพิมพ์เชียงใหม่ธุรกิจ

    วันพุธที่  25 มกราคม 2555

     

    ปี 2555 เรายังอยู่ในระหว่างเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Globalisation 3.0

    ฉบับนี้ขอนำเสนอแนวคิดของ รศ. ดร. วิทยา ดำรงเกียรติศักดิ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

    “การศึกษา 3 ยุค 1.0/2.0/3.0  ห้องเรียนหรือห้องขัง?”

    สังคมไทยขาดอาจารย์ที่กล้า อาจารย์ผู้กล้าที่จะพูด กล้าที่จะทำ กล้าที่จะเผชิญกับความจริง

    สังคมทอดทิ้งอาจารย์ต่างๆ ที่เป็นคนเก่ง เป็นคนดี มีอุดมการณ์ตั้งใจสร้างศิษย์ สร้างคนที่มีคุณภาพ

    ถูกกลั่นแกล้ง สาดโคลน ใส่ร้าย สร้างเรื่อง สร้างสถานการณ์ ทำให้ภาพลักษณ์มัวหมอง

    ทำร้ายอาจารย์ให้เสื่อมเกียรติ เสียชื่อเสียง ท้ายที่สุดไม่มีใครอยากเป็นครู ทำมาหากินอย่างอื่นดีกว่า

    อธิการบดีบางแห่งสร้างเรื่องฉ้อฉลยืมมือนักศึกษาแจ้งความ แจ้งจับอาจารย์ที่สอนตัวเองก็ยังมี!!!

    ตัวนักศึกษาเองยอมทำทุกอย่าง เพียงเพื่อกระดาษเปล่าๆ 1 แผ่น กลัวไม่จบ กลัวมีเรื่อง

    มีนักศึกษามาเล่าให้ฟังว่ามหาวิทยาลัยเอกชนบ้านนอกบางแห่งในแถบ ตะวันตกติดพม่า เรียนแบบฟิลิปปินส์ อยู่แบบอินเดีย จบแบบพม่า ใช้เวลาเพียงแค่ 2-4 เดือน ก็จบปริญญาตรีหลักสูตร 4 ปี

    หลักสูตรปริญญาเอกม.เน่าๆแห่งนี้หนักหนาสาหัสกว่านั้น เรียนแค่ 6 เดือนจบ ใช้วุฒิ ดร. ได้เลย

    คำถามคือ ก.พ. และ สกอ. ทำไมยังเพิกเฉย ไม่ดำเนินคดีกับมหาวิทยาลัยแบบนี้อย่างจริงจัง?

    ผมมีข้อสังเกตว่านักศึกษาและอาจารย์ต่างๆ ไม่กล้าที่จะตรวจสอบสภา กรรมการสภา นายกสภา และอธิการบดีที่ใช้อำนาจในทางที่ผิด

    อาจารย์วิทยา เป็นหนึ่งในผู้กล้า กล้าที่จะนำเสนอว่า การศึกษายุค 1.0  เป็นแบบ “อุตสาหกรรม”

    เร่งผลิตบัณฑิตคราวละมากๆ ห้องเรียนแออัด ยัดเยียดให้จำเนื้อหา มากกว่าความคิดที่แตกฉาน

    หลักสูตรมหาวิทยาลัยต่างๆ “คิดแทนผู้ใช้บัณฑิต” นักศึกษาคนไหนคิดแตกต่าง ผลคือสอบตก…

    สอนแบบเหมาโหล สอนครบตาม KPI (ดัชนีประกันคุณภาพ) อาจารย์ยืนพ่นน้ำลายหน้าห้อง

    การศึกษาแบบ 1.0 คนสำคัญคือคนเก่ง อาจารย์ “คิดแทนทุกคนในโลก”ไม่มีใครเก่งกว่าอาจารย์

    สอนแบบยัดเยียดข้อมูล อัดแน่นเนื้อหา

    เน้นเรียนในห้องเรียน/สอนแบบบรรยาย/เน้นจำได้/ทำได้/ทำครบ/ผู้เรียนต้องไม่สร้างปัญหา เชื่อฟังโดยสงบ ห้องเรียนเป็นห้องขัง

    ใช้ปัญญาฐานเดียว ใช้เฉพาะสมองซีกซ้าย บ้าท่อง บ้าจำ บ้าตัวเลข บ้าเหตุผล ไร้น้ำใจ

    สุดท้ายผู้เรียนก็เลยมุ่งแต่จะได้ปริญญา มีวุฒินำไปใช้ ขาดจิตสำนึก “ผิด ชอบ ชั่ว ดี”

    แก้ปัญหาแบบเดิมๆ มีปัญหาแบบเดิมๆ มีโจทย์แบบเดิมๆ บ้าสถิติ บ้าตัวเลข เน้นผลผลิต

    ใช้ข้อสอบแบบปรนัย มีตัวเลือกจำกัด หรือถึงจะมีอัตนัย แต่ต้องตอบแบบเอาใจผู้สอนเท่านั้นจึงจะได้เกรด A  ถ้าคิดต่างก็ตก

    ตอนต่อไป ผมจะเสนอแนวคิดอาจารย์วิทยาว่าด้วย การศึกษายุค 2.0 เพื่อเปรียบเทียบ

    ผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการชนะอย่างยั่งยืน จงเลือกสถาบันที่จะศึกษา จงยอมอด ยอมทน เสียสละเพื่อค้นหาคำตอบที่แท้จริงของการศึกษาและความหมายที่เป็นแก่นแท้ของ ชีวิตให้ได้

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    comments


หากมีประโยชน์ ร่วมแชร์บทความ: 4. การศึกษายุค 1.0 นี่ได้เลยครับ