• » 13. ทฤษฎีเฮง: เด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง อดทน

    8 มีนาคม 2555
    Revised : 19 กันยายน 2555

     

    ทฤษฎีเฮง : เด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง อดทน

    คอลัมน์    How to Heng

    ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ เส้นทางนักขาย

    ฉบับที่ 222 ปักษ์หลัง 15-29 กุมภาพันธ์ 2555

     

    พระราชปรารภของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีตากสินมหาราช
    อันตัวพ่อ ชื่อว่า พระยาตาก
    ทนทุกข์ยาก กู้ชาติ พระศาสนา
    ถวายแผ่นดิน ให้เป็น พุทธบูชา
    แด่ศาสนา สมณะ พระพุทธโคดม
    ให้ยืนยง คงถ้วน ห้าพันปี
    สมณะพราหมณ์ ปฏิบัติ ให้พอสม
    เจริญสมถะ วิปัสนา พ่อชื่นชม
    ถวายบังคม รอยบาท พระศาสดา
    คิดถึงพ่อ พ่ออยู่ คู่กับเจ้า
    ชาติของเรา คงอยู่ คู่พระศาสนา
    ศาสนา อยู่ยง คู่องค์กษัตรา
    พระศาสดา ฝากไว้ ให้คู่กัน

     

     

     

    ศาสตราจารย์ ดร. อุทิส ศิริวรรณ

     

                     ประเด็นที่ถกเถียงกันมากคือ ทำไมคนที่เฮง ส่วนใหญ่คือคนที่ถูกทิ้ง 

                    วัยเด็ก ในครอบครัว ไม่มีใครสนใจ วัยเรียน เพื่อนๆ ทอดทิ้ง คะแนนก็ติดอันดับท้ายๆ

                    หนำซ้ำ วัยทำงาน งานก็ไม่เข้าตาเจ้านาย ฝีมือก็งั้นๆ ทำอะไรก็ล้มเหลว ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

                    แต่แล้ว วันเวลาล่วงเลย ความเฮงกลับมาเยือน ผลงานดีขึ้น ผิดหูผิดตา

                    จากที่ถูกทิ้ง กลับได้รับการโอบอุ้ม เอาใจใส่

                    จากที่ถูกคัดทิ้ง กลับถูกคัดเลือก ถูกเลือกเฟ้น ถูกคัดสรรให้เป็นดาวดวงเด่น ผู้นำคนใหม่

                    จากคนโนเนม ท้ายแถว คนชายขอบ ก็กลับถูกคัดเลือกให้เป็นคนแถวหน้า

                    เรามาค้นหาคำตอบเชิงวิทยาศาสตร์-ประวัติศาสตร์ให้ได้ว่า ที่เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?

                    จากการวิจัยเชิงลึกผ่านภูมิปัญญาตะวันออก ปราชญ์จีนได้เคยศึกษาเรื่องนี้ และค้นพบคำตอบแล้ว  สรุปเป็นทฤษฎีเฮง ได้ดังนี้

    ประการแรก   “ต้องเด็ดเดี่ยว” จึงจะโชคดี มีชัยชนะ ตามทฤษฎีแห่งความเฮง

                    ตีความว่า คนที่ถูกทิ้ง ย่อมมีแรงกดดันกว่าคนปกติทั่วไป เมื่อถึงคราวคับขัน เขาหรือเธอไม่มีทางเลือกให้เดินมากนัก ต้องตั้งใจสูงกว่าคนทั่วไป ต้องมีสมาธิแน่วแน่กว่าคนปกติ ที่สำคัญ ต้องเด็ดเดี่ยว เด็ดขาด ผิดไม่ได้ พลาดไม่ได้ ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ได้อีกแล้ว

                    จากข้อมูลในประวัติศาสตร์ เราจะพบความ “บังเอิญ” ที่ตรงกันอย่างไม่น่าเชื่อว่าคนที่ถูกทอดทิ้ง คนที่โดดเดี่ยว ถ้าใจเด็ด เด็ดเดี่ยว กล้าเผชิญปัญหา กล้าผจญความจริง กล้าต่อสู้ กล้าเอาชนะอุปสรรค ในท้ายที่สุด ก็จะถูกคัดเลือก และกลายเป็นคนพิเศษ คนที่สำเร็จในท้ายที่สุด

     

                    วันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ถูกทอดทิ้งโดยนำไปฝากขังไว้ที่พม่า ตกอยู่ในฐานะ “เชลยศึก” พระองค์ทรงคิดหาหนทางสู่ “อิสรภาพ” โดยตลอด

                    วันที่พระองค์ท่านทรงหนีกลับคืนผืนแผ่นดินสยามในฐานะนักโทษขบถต่อ “ราชอาณาจักรพม่า” หมายจับผู้ต้องหาคดีอาญาสะพัดทั่วราชอาณาจักรแห่งพม่า

                    สิ่งที่พระองค์มีคือความว้าเหว่ รู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดาย

                    รู้สึกว่าทำไมชีวิตโชคร้ายถึงปานนี้ เกิดเป็นเจ้าใหญ่นายโต กลับไม่ใหญ่ ไม่โตอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ ชีวิตถูกจำกัดขอบเขต ทำอะไรไม่สะดวก ไม่สบายดั่งใจนึก ทำไมอยู่ดีๆ ต้องกลับกลายเป็นนักโทษ เป็นตัวประกัน  กลายเป็นอาชญากรต่อแผ่นดินพม่า

             แต่ในท้ายที่สุด ด้วยหลักคิด  “แพ้เป็นโจร ชนะเป็นเจ้า” สุดท้ายก็สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ “ยุทธหัตถี” ตัวต่อตัวกับเจ้าแผ่นดินพม่า

             ในวันที่ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าเป็น “คนถูกทอดทิ้ง”

              วันนั้นเหล่าทแกล้วทหารหาญ ทหารกล้านับพันนับหมื่นกลับทอดทิ้งองค์ดำให้โดดเดี่ยวเดียวดายในสงครามไทย-พม่า

              พระนเรศต้องต่อสู้เดียวดายเพียงลำพัง 1  สมอง 2 มือ ต่อกรกับคนนับ 100,000 ก็ไม่หวั่น

              กฤษฎาภินิหารอันจะหาสิ่งใดมาบดบังมิได้!!!  กลับรบชนะอีกต่างหาก!!!

              เป็นอีกชีวิตที่เป็นตำนานคนถูกทอดทิ้งผู้คน เล่าขานไม่รู้จบในหน้าประวัติศาสตร์ ต่อมาได้รับยกย่องเทอดพระเกียรติให้เป็น “มหาราช” องค์แรกแห่งกรุงศรีอยุธยา

                    ประการที่ 2 คนที่ดวงเฮง คือคนที่เข้มแข็ง กว่าคนปกติธรรมดาหลายเท่า

                    โดยปกติคนทั่วไป ส่วนใหญ่ชีวิตจะไม่เคยเผชิญ “ความเป็น-ความตาย” ไม่กล้าเผชิญปัญหา ไม่กล้าพูดความจริง ไม่กล้าต่อสู้ หวาดหวั่น หวาดวิตก หวาดกลัวอุปสรรคอันตรายนานัปประการต่างๆ นานา

                    แต่คนที่ถูกทิ้ง ส่วนใหญ่ชีวิตจะเผชิญมรสุม ปัญหา ทุกข์สุม กลุ้มรุมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

                    ยิ่งคิด ยิ่งเจ็บ ยิ่งขยัน ยิ่งจน ยิ่งทำ ยิ่งเจ๊ง ยิ่งขาย ทุนยิ่งจมในของ ระบายไม่ออก ขายไม่ทัน

                    สิ่งเหล่านี้ จำไว้ ท่องไว้เลยว่า โชคชะตากำลังทดสอบความเข้มแข็ง แข็งแกร่งของชีวิต

    ใครที่เข้มแข็ง หากผ่านทฤษฎี 10,000 ชั่วโมงแห่งความล้มเหลวไปได้

    ในท้ายที่สุด ก็จะเฮง จะรวย จะขายสินค้าขายดิบขายดีแบบว่า ระเบิดเถิดเทิง  จะสำเร็จทันที รวยทันใด รวยทันใจ

     

                   วัน ที่สร้างหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิจิตร ปี 2515 เจ้าอาวาสวัดบางคลาน บ่นท้อแท้กับลูกศิษย์ว่า วัดเราวัดบ้านนอก สร้างพระไว้มากมายมหาศาลปานนี้ ใครจะมาเช่าไปบูชา

                     แต่วันนี้ พระรุ่นนี้ มูลค่ารวมกว่าหมื่นล้านบาท ราคาจากองค์ละไม่กี่สิบบาทเมื่อแรกสร้างถึงวันนี้ ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ หลวงพ่อเงินแต่ละองค์ราคาขยับเป็นหมื่นบาทจนถึงแสนบาทแล้ว 

                    อะไรก็เป็นไปได้ อะไรก็เกิดได้ ปาฏิหาริย์แห่งความเฮง คำตอบไม่ต้องอธิบาย มีปรากฏอยู่เสมอ

    ประการสุดท้าย คนที่ถูกทิ้ง ต้อง “อดทน” สูงกว่าคนปกติ เหนือกว่ามนุษย์มนา คนเดินดินทั่วไป

                    ให้สังเกตนักขายทั้งหลาย  จะพบว่านักขายชั้นแนวหน้า กว่าจะโคลนนิ่ง ก็อปปี้ คัดลอกเรื่องราวความสำเร็จสู้ทีมนักขาย สร้างทีมขาย กระจายเครือข่ายนักขายได้ เขาหรือเธอต้องอดทน อดกลั้น ผ่านร้อน ผ่านหนาว เผชิญอุปสรรค ความยากลำบากซ้ำแล้วซ้ำเล่า

                    ลูกค้าปฏิเสธ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า รู้สึกหน้าม้าน อาย แทบแทรกแผ่นดินหนี ก็ต้องอดทน

    แต่เพราะเชื่อมั่นว่า “สำเร็จ” ศรัทธาเต็มร้อยแบบไม่สงสัยว่า “ต้องเฮง” โชคต้องช่วย

    วันหนึ่งก็จะสำเร็จ วันหน้าก็จะเฮง วันหนึ่งโชคชะตาฟ้าดินก็จะช่วย

             คนที่ถูกทิ้ง แล้วกลายเป็นคนดวงเฮง มีหลักการดำเนินชีวิตที่สำคัญ 3 ข้อใหญ่

             ข้อแรก  เด็ดเดี่ยว ข้อ 2  เข้มแข็ง ข้อ 3 อดทน

                 คนที่ตลอดชีวิตถูกทิ้งอีกคน และแล้วต่อมาก็ได้กลายเป็นอีกบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทยคือ “สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี” วัยเด็กถูกพ่อแม่ทิ้ง ด้วยข้อหา “เด็กอัปมงคล” “คนกาลกิณี” เพราะเกิดมาก็มีงูเหลือมมาขดรอบตัว

                 คนคิดดีก็ว่าเด็กน้อยคนนี้บุญวาสนาดี เติบใหญ่ไปภายหน้าจะได้เป็นใหญ่เป็นโต คนที่คิดร้ายมองโลกแง่ร้ายก็พูดเสียๆ หายๆ ว่าเด็กคนนี้เป็นคนไม่ดีมาเกิด พ่อแม่ขืนเลี้ยงไว้วันหนึ่งจะถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัวเอาง่ายๆ

                 สุดท้ายไม่มีใครกล้าเลี้ยง ต้องไปอาศัยอยู่วัดเชิงท่า วัยเด็กซุกซนประสาเด็ก ชอบเล่น ชอบเสี่ยง วันหนึ่งคึกคักชักชวนเด็กวัดและเณรตั้งวงพนันกลางวัดโจ๋งครึ่ม

                  บ่ายวันนั้นถูกเจ้าอาวาสลงโทษเฆี่ยนตีมัดแขนไพร่หลัง พันธนาการไว้ที่เสาหลักริมท่าน้ำแล้วก็สวดมนต์ทำวัตรเย็นจนลืมกว่าจะนึกขึ้น ได้น้ำก็ท่วมมิดหัว

                  แต่เดชะบุญคนถูกทิ้งจะได้เป็นใหญ่เป็นโตเสาหลักริมท่าก็หลุด ลอยตามสายน้ำ รอดชีวิตมาได้แบบไม่น่าเชื่อ!!!

                เจ้า อาวาสเช็คดวงชะตาวาสนาราศีเกิดก็รู้ว่าวันหนึ่งจะได้นั่งครองเมือง  ก็ส่งเสริมให้เรียนรู้ภาษาต่างประเทศหลายภาษา ทั้งจีน-แขก-เขมร-พม่า-ญวน-บาลี/สันสกฤต

                  เด็กชายสินบวชเรียนอยู่ ๓ พรรษา ครั้นลาสิกขาออกมาแล้วก็เข้ารับราชการเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนได้เป็นพระยาตาก ครองเมืองตาก

                  ระหว่างรับตำแหน่งพระยาวชิรปราการจะไปครองเมือง กำแพงเพชร อยุธยาก็เข้าสู่ยุคสงครามไทย-พม่าครั้งที่ ๒ พอดี ก็เลยมีแต่ยศ แต่ไม่ได้นั่งครองเมือง ถูกเรียกตัวกลับสู่อยุธยาอีกครั้ง

                  วันที่ชาวค่ายบางระจัน ถูกเมืองหลวงปฏิเสธ ไม่ยอมช่วยเหลือนำส่งอาวุธยุทโธปกรณ์

                  วันนั้นเป็นวันที่เจ้าตาก ได้รู้ ได้เห็น อยู่ในเหตุการณ์ตลอด  เห็นอนาคตตัวเองแล้วว่า ชีวิตใต้พระบรมโพธิสมภารเศวตฉัตรของ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ริบหรี่ รุบหรู่ มืดมน อนธการ เจ้าเหนือหัวมัวแต่ ลุ่มหลงอิสตรีเชื่อฟังสนมกำนัลนางในรายล้อมรอบตัวเป็นคนใกล้ชิด

             ประวัติ ศาสตร์สอนเป็นบทเรียนว่าใครก็แล้วแต่ได้เจ้าได้นายหูเบา ยุส่ง เชื่อคนง่าย อิสตรีครอบงำ ไม่เป็นตัวของตัวเอง อสัตย์ อธรรม  ไม่ชอบคนเก่งกว่า ชื่นชมคนประจบสอพลอไร้ีเหตุไร้ผล สิทธิการิยะใครก็ตามได้เจ้านายแบบนี้เป็นเจ้าชะตา ชีวิตไม่ตายก็ไม่มีวันโต!!!

                สถานการณ์บีบบังคับถอยหลังไม่ได้ เจ้าตากจำต้องคิดการใหญ่  ตัดสินใจเดินหน้าต่อไป ไม่วอกแวก

                แม้จะมีชนักติดหลังข้อหาฉกรรจ์ร้ายแรงรุนแรง ครั้งแรกครั้งเดียวครั้งสำคัญในชีวิตด้วยความผิดอาญาฐาน “ขัดพระบรมราชโองการ และละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่ ” ไม่ยอมไปรับตำแหน่ง “พระยาวชิรปราการ” ตามที่มีพระบัญชาและพระบรมราชโองการให้ไปครองเมืองกำแพงเพชร

                 เจ้าตากเลือกกลยุทธ์ “ชิงลงมือทิ้ง” ก่อนที่จะ “ถูกทอดทิ้ง” ยอมเสี่ยงชีวิต หนีออกจากเกาะเมืองไปทางวัดพิชัยสงคราม (ปัจจุบันใกล้โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ เชิงสะพานปรีดีธำรง)

                    วันที่เจ้าตากตั้งจิตอธิษฐานภาวนาที่โบสถ์วัดพิชัยสงคราม ก่อนมุ่งทัพไปปราจีนบุรี ชลบุรี ทัพพระยา (พัทยา) ระยอง จันทบุรี วันนั้นเจ้าตากอยู่ในสถานะ “นักโทษอาญา” พบเห็นที่ใด  จับกุมตัวได้ทันที

                    วันที่ตัดสินใจเป็นขบถ เจ้าตากมุ่งสู่บางปลาสร้อย ชลบุรี แม้จะมีหมายจับความผิดอาญาฐานขัดพระบรมราชโองการ เป็นนักโทษอาญาโดนตั้งข้อหาหนักมีพฤติกรรมเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงก่อ การเป็นขบถต่อแผ่นดิน

                     คนเรายามอาภัพอับวาสนา เจ้าเมืองชลบุรี ลิงหลอกเจ้า ประวัติศาสตร์สอนเราว่าให้ระวัง “คนพูดดี พูดนุ่ม พูดอ่อนโยน สุภาพ” คนขี้ฉ้อขี้ฉล กมลสันดานจะเหมือนกัน จะพูดเกลี้ยกล่อมให้ตายใจ ใช้เล่ห์เพทุบาย ฉ้อฉล พูดเท็จ พูดความจริงไม่หมด สร้างเรื่อง สร้างสถานการณ์

                      ข้อมูล วิทยาศาสตร์-ประวัติศาสตร์ตรงนี้ ผมอยากบอกพวกเราทุกคนที่กำลังเพียรพยายามฟันฝ่าอุปสรรคสร้างฐานะให้มั่นคง ว่า ต้องเอาชนะ “คนใกล้ตัว” ที่ปากหวาน  รู้หน้าไม่รู้ใจให้ได้ พระท่านว่า “เพราะไว้วางใจ ภัยจึงมีมา” ศัตรูที่่น่ากลัวที่สุด คือคนที่แสร้งทำดี พูดดีด้วย หลอกล่อให้ตายใจ ต้องอ่านคนให้ได้ ใช้คนให้เป็น ที่สำคัญ ต้องยอมแพ้วันนี้ เพื่อชนะในวันหน้า ยอมถูกคนอิจฉาริษยาใส่ร้าย ป้ายสี ประจาน สาดโคลน ใส่ความ เมื่อถึงเวลาเหมาะสม มารทั้งหลายก็จะแพ้ภัยตัวเอง แพ้ใจตนเอง แพ้ปากตนเอง ไม่ต้องทำอะไร ก็จะพ่ายแพ้ในที่สุด เฉกเ่ช่นเจ้าเมืองชลบุรี สุดท้ายก็พ่ายแพ้แก่บารมีของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เสียเมืองแก่เจ้าตากในท้ายที่สุด 

                     วิถีคนกล้า วิถีนักสู้ เจ้าตากตัดสินใจเดินหน้าสู่เมืองจันท์ต่อไป สู้ไม่ถอย ไม่หวาด ไม่หวั่น ไม่หยุด ไม่ยั้ง เร่งรีบ รุดตีเมืองจันทบุรีซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายตามหลัก Go to the East, Not to the West 

                    เป็น บทเรียนสะท้อนให้เห็นว่า คนที่สร้างผลงานเพื่อผู้อื่น คิดดี พูดดี ทำดีเพื่อผู้อื่นมาโดยตลอด วิถีชีวิตคนผู้หนึ่ง ห้วงเวลาหนึ่งถูกทอดทิ้ง ทว่าพอถึงอีกห้วงเวลาหนึ่ง พอดวงดาว ฤกษ์ผานาทีเคลื่อน ผู้คนอีกกว่า 500 คน กลับไ่ม่ทอดทิ้งพระยาตากให้สู้รบเพียงลำพัง โดดเดี่ยวเดียวดาย กลับยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเจ้าตาก

                    ประวัติ ศาสตร์ตอนนี้สอนพวกเราอนุชนคนรุ่นหลังว่า “คนทำดี ต้องทำให้ดีที่สุด แม้ชีวิตจะทุกข์ระทม ขมขื่นแค่ไหน ก็จงยอมเจ็บปวด ยอมอด ยอมทน ทำให้ดีที่สุด แม้ชีวิตจะตกต่ำ แม้ชีวิตจะระทม ถึงห้วงเวลาหนึ่ง คนไม่เห็นคุณงามความดี  ฟ้าดินก็จะเห็น เทวดาก็จะเห็น แล้วเภทภัยร้ายแรงที่สุมรุมเร้าก็จะค่อยๆ คลี่คลาย จากร้ายก็จะกลายเป็นดี ทุกข์หรือเคราะห์กรรมหนักหนาสาหัส ก็จะมลายหายไปในที่สุด”

     

                    สุดท้ายเจ้าตาก ก็ยกสถานะ จากลูกชาวบ้าน สามัญชน คนที่ถูกทั่วแผ่นดินตราหน้ายัดข้อหาว่าเป็นขบถ ภายหลังประวัติศาสตร์ได้คัดเลือกยกย่องให้เป็น “มหาราช” ด้วยผลงานกอบกู้อิสรภาพ แก่ชาติไทย ลืมเล่าไปว่า “พระเจ้าเอกทัศน์” เองสุดท้ายก็ถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวเดียวดาย ต้องหนีตายจากเหล่าทหารพม่าอดข้าวอดน้ำอยู่นานหลายวัน สุดท้ายก็สิ้นพระชนม์กลางดินกลางทราย กลางท้องทุ่งอยุธยา

               อุทาหรณ์ชีวิตพระเจ้าเอกทัศน์ The Last King แห่งอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา “แพ้เป็นโจร” ต้องซมซานหนีตายเยี่ยงนักโทษ เพราะเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ถูกทางการพม่าจับ สุดท้าย เจ้าชีวิต ก็จบชีวิตเยี่ยงโจร! สมบัติผลัดกันชม

     

                     ผู้อ่านทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในแวดวงทำมาค้าขาย อยากเป็นนักขายที่เฮง 

                    อยากเป็นนักบริหารที่ทั้งเก่งทั้งเฮง อยากเป็นมืออาชีพที่เชี่ยวชาญทฤษฎี ช่ำชองปฏิบัติ

    ให้เขียนแปะไว้ข้างฝาตัวโตๆ เลยว่า

    สูตรความเฮง เคล็ดลับความสำเร็จ

    มีเพียงแค่ 3 ข้อ เด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง  อดทน 

     

    ยามที่ท้อแท้ ให้ท่องดังๆ ในใจว่า เด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง อดทน และเติมบุญด้วยทาน-ศีล-ภาวนา จะสุขหรือทุกข์ อย่าลืม “ทาน/ศีล/ภาวนา”

    ทำบุญทำทาน แก่คนและสัตว์รอบตัว ใครดีก็ด้วย ใครร้ายก็อภัยและอโหสิ ใครร้ายไม่เลิก ก็ต้องสั่งสอนลงโทษให้เข็ดให้หลาบให้จดให้จำ จะได้เข็ดหลาบไม่ไปก่อกรรมทำเข็ญสร้างเวรสร้างกรรมกับคนอื่นที่เป็นคนดี บริสุทธิ์  พยายามรักษาศีลรักษากายวาจาใจให้สะอาด สงบ สว่าง เยือกเย็น สุขุม รอบคอบ มีสติตื่นอยู่ตลอดเวลา สวดมนต์ภาวนาให้ใจสงบ อธิษฐานจิตให้นิ่ง ให้ดี

    สุดท้าย ดวงก็จะดี ชีวิตก็จะเฮง แล้วก็จะสำเร็จครับ

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    comments


หากมีประโยชน์ ร่วมแชร์บทความ: 13. ทฤษฎีเฮง: เด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง อดทน นี่ได้เลยครับ