• » 16. คนที่มีความกตัญญูคือคนที่ดวงเฮง

    “คนที่มีความกตัญญูกตเวทีคือคนที่ดวงเฮง”

    ศ. ดร. อุทิส ศิริวรรณ

    คอลัมน์    How to Heng
    หนังสือพิมพ์ “เส้นทางนักขาย” รายปักษ์
    ต้นฉบับ 21 มีนาคม 2555

    เพื่อนๆ นักขายครับ ฉบับนี้ขอนำเสนอเรื่อง “ความกตัญญูกตเวที”

    ผมมีข้อสังเกตว่า “คนที่ไม่ลืมถิ่นเคยอยู่ ไม่ลืมอู่เคยนอน ไม่ลืมหมอนเคยหนุน ไม่ลืมบุญคุณที่ผู้มีพระคุณเคยช่วยเหลือไว้”  คือคนที่ดวงชะตา โชคชะตา ชะตาชีวิต  เฮงๆ เซ็งลี้ฮ้อ กำไรถ้วนทั่ว

    คนกตัญญูกตเวที ดวงชะตาจะเฮง จะแรง รุ่งเรือง ร่ำรวย รุ่งโรจน์ รวดเร็ว แบบว่าเอาช้างม้าวัวควายมายื้อมายุด ฉุดรั้งไว้ ก็ต้านทานความสำเร็จไม่อยู่

    กตัญญู แปลว่า รู้ ซาบซึ้ง ขอบคุณ ขอบใจ ในความคิดดีๆ คำพูดดีๆ ข้อแนะนำดีๆ  การกระทำดีๆ ผลงานดีๆ ที่คนรอบข้างทำให้แก่ตัว

    กตเวที แปลว่า ประกาศ บอก กล่าว เล่าขาน ถิ่นเคยอยู่ อู่เคยนอน หมอนเคยหนุน บุญคนที่ใครต่อใครเคยช่วยเหลือตนไว้ ในยามตกทุกข์ได้ยาก ตกระกำลำบาก เมื่อได้ดิบได้ดีแล้วก็หาทางทดแทนบุญคุณ

    ผมนึกถึงเรื่องราว  “ขอทานวัดไร่ขิง” ที่บริจาคเงินทำบุญวัดไร่ขิงปีนี้ 999,999 บาท

    นี่คือตัวอย่าง “คนกตัญญูกตเวที” ที่เป็นข่าวครึกโครมในช่วงเดือนมีนาคม 2555

    คนที่กตัญญูกตเวที ที่ผมบอกว่าเฮง เพราะช่วงต้นชีวิต โชคชะตาจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่

    แต่ต่อมา วิบากกรรม ค่อยๆ คลี่คลาย จากเคยยากลำบาก ก็สบายขึ้นเรื่อยๆ

    คนกตัญญู ความเฮงจะฉายแววตรงที่ยามตกทุกข์ได้ยาก ฟ้าจะลิขิต ชักนำให้ได้ไปพบ ไปเจอกับคนดี คนมีน้ำใจ และเมื่อได้รับความมีน้ำใจมาแล้ว ก็รู้คุณค่าของความมีน้ำใจนั้นด้วย

    คนที่เป็น “หมาตาเหลือง ตาเหล่ ตาเข ตาส่อน กินข้าวไม่รู้ยางข้าว ไม่สำนึกบุญคุณคน” คนเหล่านี้ ชั่วชีวิตไม่ว่าจะตกทุกข์ได้ยากอย่างไร ยากที่จะหาใครยื่นมือมาช่วยเหลือ โอบอุ้ม ยามทุกข์ร่วมต้าน เป็นไม่มี

    คิดลบกับคนไปทั่ว คุยกับใครก็คุยแต่เรื่องลบ เรื่องเล็ก เรื่องน้อย เรื่องหยุมหยิม จับผิด เห็นแก่ตัว เอาแต่ประโยชน์ตนเป็นสำคัญ คิดว่าโลกทั้งโลกมีแต่ความแห้งแล้ง มีแต่คนใจแคบ มีแต่ตัวใครตัวมัน

    ทั้งที่มีคนยื่นมือมาช่วยเหลือ ทุ่มสุดตัว ทำให้ตัวพ้นทุกข์พ้นยาก พ้นคุก พ้นตะราง แทนที่จะสำนึก รู้ผิด รู้ดี รู้ชอบ เข็ดหลาบ สำนึกในบาปกรรม หลาบจำ กลับไม่ยำเกรงต่อบาป ต่อความชั่ว

    พระภาวนาวิริยคุณ หรือหลวงพ่อทัตตชีโว เรียกคนแบบนี้ว่า “คนใจบอด”

    ผมสังเกตว่าคนใจบอด ส่วนใหญ่พูดเพราะ พูดดี แต่ในใจคิดคด ทรยศ หักหลัง หน้าด้าน ฉกฉวยประโยชน์ซึ่งหน้า พูดจริงเป็นเท็จ พูดเท็จเป็นจริง ใส่ร้าย ใส่ความ ฉ้อฉล ปลิ้นปล้อน หลอกลวง ยุให้คนนั้นคนนี้ผิดใจกัน แต่สุดท้ายก็ประสบเคราะห์กรรมโดยใครไม่ต้องไปทำอะไร

    หลวงพ่อท่านสรุปว่า คนอกตัญญู จะมีหลักคิดสำคัญ 2 ข้อ

    ข้อที่ 1 ส่วนใหญ่คิดคล้ายกันว่า ใครก็ไม่เคยหยิบยื่นความสุข ความสะดวกความสบายให้ หนำซ้ำเห็นใครดีด้วย กลับคิดลบ คิดว่าทำไมต้องมาดีกับตนขนาดนี้ หวาดระแวง คิดเห็นเป็นศัตรูเสียอีก

    ข้อ 2 ในเมื่อใครต่อใครดีด้วยถึงปานนี้ ยังมองไม่เห็นคุณงามความดี โลกทั้งโลกจึงได้กลายเป็นโลกมืดสำหรับเขาหรือเธอ เพราะคิดแบบนี้ ก็เลยไม่มีความสุขตลอดชีวิต กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ซูบผอม อิดโรย

    หลวงพ่อได้แบ่งระดับความกตัญญูออกเป็น 4 ระดับ

    1. มีความกตัญญูขั้นอนุบาล ได้แก่ ผู้ที่รู้ว่าเขามีบุญคุณต่อเรา แต่ว่ายังไม่คิดที่จะทดแทนคุณ

    2. มีความกตัญญูขั้นประถม ได้แก่ ผู้ที่รู้ว่า เขามีบุญคุณต่อเรา มีโอกาสเมื่อไร จะต้องตอบแทนคุณ

    3. มีความกตัญญูขั้นมัธยม ได้แก่ ผู้ที่รู้ว่าเขามีบุญคุณต่อเรา คิดจะตอบแทนคุณ แล้วก็ลงมือประกาศคุณให้โลกได้รู้ว่า ท่านผู้นั้น ท่านผู้นี้ เคยมีบุญคุณกับเรา อย่างนั้น อย่างนี้

    4. มีความกตัญญูขั้นอุดมศึกษา ได้แก่ ผู้ที่นอกจากจะรู้คุณ คิดจะตอบแทนคุณ และบอกเล่าให้ใครต่อใครทราบถึงบุญคุณแล้ว และลงมือตอบแทนพระคุณท่าน ให้สมกับที่ท่านเคยมีบุญคุณต่อเรา

    คนที่มีจิตใจระดับนี้ บ่งชี้ว่าในใจของเขาไม่เคยคิดเรื่องร้ายเลย ในใจของเขาคิดแต่เรื่องดี เวลามองโลกก็มองในแง่ดี มองโลกนี้อย่างสวยงาม ตรงไปตามความเป็นจริง เวลามองคนก็มองในแง่ดี ว่าโลกนี้ยังมีคนดีอยู่ แล้วตัวเราเองก็จะต้องเป็นคนดีอีกคนหนึ่งของโลกนี้ให้ได้ พอมีความคิดอย่างนี้เกิดขึ้นแล้ว การทุ่มเท การเค้นศักยภาพในตัวเอง เพื่อไปทำความดี ก็จะเกิดตามมา

    ผลของการคิดดีคือไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่าน อิจฉา ริษยาใคร มีแต่เวลาสำหรับการคิดดี พูดดี ทำดี แล้วสิ่งที่จะได้ตามมาก็คือ เขาจะได้ดี หรือว่าได้ความเจริญรุ่งเรือง  พูดง่ายๆ คือ “เฮง”

    เพราะฉะนั้น ที่ปู่ย่าตายายสอนไว้ว่า คนมีความกตัญญูกตเวที จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองนั้น ถูกต้องแล้ว เมื่อเรามีปู่ย่าตาทวดดีๆ ฉลาดๆ อย่างนี้ จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องเชื่อฟังและทำตามท่านโดยเฉพาะต้องฝึกนิสัย กตัญญูกตเวทีอย่างชนิดสุดชีวิตจิตใจ แล้วบ้านเมืองไทยของเราก็จะเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป

    เพื่อนๆ นักขายครับ  สงกรานต์ปีนี้ อย่าลืมพาพ่อแม่ผู้มีพระคุณไปกินข้าว อย่าลืมถิ่นเคยอยู่ อย่าลืมอู่เคยนอน อย่าลืมหมอนเคยหนุน อย่าลืมบุญคุณที่ใครเคยช่วยเหลือไว้ แล้วจะเฮง จะรวยตลอดไปครับ

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    comments


หากมีประโยชน์ ร่วมแชร์บทความ: 16. คนที่มีความกตัญญูคือคนที่ดวงเฮง นี่ได้เลยครับ