• » 18. ทฤษฎีเฮง: คิด>เห็น>สร้าง>ภาพ

    ทฤษฎีเฮง: คิด>เห็น>สร้าง>ภาพ

    ศาสตราจารย์ ดร. อุทิส ศิริวรรณ
    สมาคมบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต

    คอลัมน์    How to Heng ต้นฉบับ 4 เมษายน 2555

    เพื่อนๆ นักขายครับ ฉบับนี้ขอนำเสนอการใช้พลังอำนาจในตัวผ่านขั้นตอน “คิดเห็นสร้างภาพ”

    ผมพูดที่นั่นที่นี่อยู่เสมอว่า คนเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเฮงและต้อง “ตกต่ำถึงที่สุด” จึงจะเฮงสุดๆ

    คนที่”คิดเห็นสร้างภาพ” คือผู้เขียนนวนิยายมูลค่าหลาย “แสนล้านบาท” เรื่อง “แฮร์รี่ พอตเตอร์”

    เจ.เค.โรว์ลิ่ง เกิด 31 กรกฎาคม 1965 หรือในปี พ.ศ. 2508

    ถอดรหัสยนัย “ตัวเลขเฮง” 31-07-1965 ชะตาชีวิตตกอยู่ใต้ดาวอังคาร+ดาวจันทร์ 3+2 ได้เลข 5

    ความเฮงในชีวิตเธอสัมพันธ์กับเลข 5 ตลอด เริ่มเขียนหนังสือเล่มแรก Rabbit ตอนอายุ 5 ขวบเศษ

    วันคิดพล็อตเรื่อง “แฮร์รี่ พอตเตอร์” ได้ เป็นวันที่อายุ 25 ปี

    หนังสือยอดตีพิมพ์ 55 ล้านเล่ม หนังทำเงินจนถึงภาค 5 ยอดขาย 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 150,000 ล้านบาท แปลเป็นภาษาต่างๆ 65 ภาษา  แต่งงานในปี พ.ศ. 2535 หย่าในปี ค.ศ. 1995

    ตัวเลขปี 2555 ติด 1 ใน 10 สตรีรวยที่สุดในอังกฤษ มีเงินรวมกว่า 30,000 ล้านบาท รวยยิ่งกว่าสมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ คาดว่าก่อนถึงวันตาย คงมีสินทรัพย์ไม่น้อยกว่า 50,000 ล้านบาท

    ความมั่งคั่ง ร่ำรวยของเธอ เกิดจากทฤษฎีเฮง “คิดเห็นสร้างภาพ”

    ยามที่ชีวิตตกต่ำสุดๆ เธออาศัยอยู่ในสกอตแลนด์ มรสุมชีวิตยามนั้นช่างโหดร้ายกับเธอนัก  เจ.เค. บอกว่าเธอเลี้ยงลูกสาวตามลำพังด้วยเช็คสังคมสงเคราะห์มูลค่า 70 ปอนด์ต่ออาทิตย์  (14,000 บาทต่อเดือน)  อาศัยอยู่ในแฟลตโลโซ(หนูชุม) ค่าเช่าอาทิตย์ละ 230 ปอนด์ ซึ่งทำให้เธอต้องพาลูกมาเลี้ยงอยู่ที่ร้านกาแฟของน้องเขยทุกวัน

    ยามที่ไม่มีอะไรจะเสีย ไม่มีอะไรจะตกต่ำไปยิ่งกว่านี้อีกแล้ว เธอกลับพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการลงมือเขียนนิยายที่ต่อมาได้กลายเป็นหนังสือขายดีที่สุดติดอันดับอัน ลือลั่นสนั่นโลก !

    “ถ้าชีวิตไม่ตกต่ำถึงที่สุด คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าการไม่มีเงินมันเลวร้ายขนาดไหน ความมั่นใจในตัวเองของคุณจะถูกบั่นทอน…ฉันไม่ได้มีชีวิตหรูหราเหมือนนัก เขียนคนอื่นๆ ดังนั้นฉันเลยเขียนมันด้วยความตึงเครียด ภายใต้แรงกดดัน”

    ผมยกตัวอย่างเธอมาเล่า เพื่อเปิดเผยความจริงว่า หลังจากชีวิตผ่านช่วง “ตกต่ำสุดๆ” เมื่อชีวิตไม่มีอะไรจะเสียมากไปกว่านั้นอีกแล้ว มนุษย์ทุกผู้ ก็จะได้รับ “ความเฮง” เป็นผลตอบแทนคุณงามความดี

    เคยเสียเงิน 1 ล้านก็ได้กลับคืน 10 ล้านบาท เสีย 10 ก็ได้คืน 100 ล้านบาท

    ทฤษฎีพลังอำนาจในตัวเอง เกี่ยวพันกับความเฮง โดยเฉพาะ “การคิดค้น” และ “การนำไปใช้”

                    ขั้นตอนการปลุกพลังอำนาจในตัวเอง ด้วยขั้นตอน “คิดเห็นสร้างภาพ”

    ขั้นที่ 1 คิด คนจะเฮง ต้องเป็นนักคิด  คิดอย่างเดียวไม่พอ ต้องคิดสร้างสรรค์ จินตนาการเจิดจรัส และต้องเป็นนักฝัน ฝันอย่างนั้น ฝันอย่างนี้ เสร็จแล้วนำสิ่งที่คิด จินตนาการ เพ้อฝันมาวิเคราะห์ และต้องจำแนกแยกแยะรายละเอียดให้ปรากฏว่าสิ่งที่คิดเป็นร้อยๆ เรื่อง ถึงท้ายที่สุดแล้ว เหลือความคิดนำไปใช้ได้ผลเพียงแค่ไม่กี่ความคิดเช่นเดียวกับคนคิดผลิตภัณฑ์ ใหม่ คิดแล้วทำได้จริงเพียงแค่ 1-2 ชนิด

    ขั้นที่ 2 เห็น คนจะเฮง ต้องนำความคิดที่นำไปใช้ได้ผล มาทำด้วยวิธีใดก็ได้  อาจเขียน อาจวาดภาพ แต่ถึงที่สุดแล้ว ใครเห็นแล้ว ก็เข้าใจได้ทันที เหมือนสตีฟ จ็อบส์  คิดไอแพดต่อยอดจากโซนีวอล์กแมน

    ขั้นที่ 3 สร้าง  ขั้นตอนนี้นับว่ายากที่สุด เพราะการจะคิดแล้วลงมือ “สร้าง” สิ่งที่คิด จินตนาการ ฝัน ออกมาเป็นภาพให้ได้ เป็นเรื่องยาก ที่คนส่วนใหญ่ท้อแท้ ล้มเหลว ก็ตอนลงมือสร้างนี่แหละ

    ขั้นที่ 4 ภาพ  ขั้นตอนนี้ยากที่สุด เพราะส่วนใหญ่ภาพที่แสดงผลงาน หรือผลแห่งงาน กว่าจะสำเร็จได้ ต้องล้มลุกคลุกคลาน ต้องใช้เวลากว่าคนจะยอมรับว่านี่คือนวัตกรรมที่มีผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคม โลก

    ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค้นพบ ไม่สามารถดึงพลังอำนาจในตัวเองออกมาใช้ให้เกิดความเฮง เพราะขั้นตอนดึง “พลังอำนาจในตัว” ออกมาใช้ ต้องยอมเสียเวลา เสียเงิน เสียพลังงาน เสียโอกาส แต่เสียแล้วคุ้ม

    ผมเคยเข้าคอร์สวิปัสสนา 1 เดือนเต็ม กินข้าวมื้อเดียว ยืน เดิน นั่ง นอนน้อย 4 ทุ่ม ตื่นตี 3

    ต้องบอกเลยว่า “โหด” และ “หิน” สุดๆ ยิ่งกว่าขึ้น “เขาคิชฌกูฏ” สัปดาห์แรกแทบตายแต่ก็คุ้มครับ

    ยามนั่งก็เมื่อยแข้ง เมื่อยขา เมื่อยตาตุ่ม ยามจะเดิน “ซ้ายย่างหนอ” “ขวาย่างหนอ” จิตก็เตลิดคิดฟุ้งซ่านคิดนั่นคิดนี่ นอนก็ไม่ค่อยจะหลับ เพราะนอนในกลดแคบๆ แอร์ก็ไม่มี อากาศร้อนอบอ้าว

    กว่าจะคลิก กว่าจะค้นพบ “ความจริง”  เช่นเดียวกับ “พระพุทธเจ้า” ค้นพบ

    ความจริงที่ว่าคือ “กาย” โดยย่อ กว้างแค่คืบ ยาวแค่ศอก “เวทนา” รู้สึกเบื่อๆ อยากๆ อิ่ม หิว เหนื่อย ล้า ร้อน หนาว โหย กระหาย “จิต” คิดลบคิดบวก “ธรรม” เหตุผล ความดี ความชั่ว กิเลสในตัวมนุษย์

    ได้ตระหนักสัจธรรมว่า “ทุกสรรพสิ่งมี 2 ด้าน ดี/ชั่ว ดำ/ขาว เฮง/ซวย สบาย/ลำบาก ฯลฯ”

    หลายสิ่งที่เราเห็นในโลก ไม่ว่าจะเป็น “วัดพระแก้ว” “นครวัด นครธม” “หอไอเฟล” “ทัชมาฮาล” ล้วนผ่าน 4 ขั้นตอน “คิด” “เห็น”  “สร้าง” “ภาพ”

    กว่าจะเป็นเพลง Tears in Heaven ร้องโดย Eric Clapton นักร้องผู้นี้ก็อยู่ในกระบวนการ “คิดเห็นสร้างภาพ” จนคนทั่วโลก “อิน” และ “ซึ้ง” กับบทเพลงนี้ รายนี้ก็รวยเป็นพันๆ ล้านบาทเหมือนกัน

    เพื่อนๆ นักขายครับ สินค้าทุกชนิด “เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป” จะเฮงตลอดกาล เป็นไปไม่ได้ ยามน้ำขึ้น ให้รีบตัก และให้รีบคิดค้นพัฒนาสินค้าให้มีนวัตกรรมทันสมัยตลอดไป จึงจะเฮงได้ยั่งยืนและยาวนานครับ

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    comments


หากมีประโยชน์ ร่วมแชร์บทความ: 18. ทฤษฎีเฮง: คิด>เห็น>สร้าง>ภาพ นี่ได้เลยครับ