• » 20. จิตวิญญาณชนชั้นสูง (ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์)

    จิตวิญญาณชนชั้นสูง

    โดย ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์

    ปัจจุบันเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)

    ที่มาหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน หน้า 7 กระแสทรรศน์ 26 สิงหาคม 2554

    เวลา 18:00:08 น.

    Update; 4  เมษายน 2555 เวลา 13:55:55 น.

    (ผลงานเกิด จาก “คิดเห็นสร้างภาพ” ของคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ทางสมาคมฯ เห็นว่า เป็นประโยชน์ จึงนำมาเผยแพร่ ทำซ้ำ บอกต่อ มุ่งเป็นวิทยาทาน มิได้นำไปค้าขาย แสวงผลกำไร ขอชื่นชมความตั้งใจจริงของคุณก่อศักดิ์ฯ ที่มุ่งนำความรู้เพื่อยกระดับและพัฒนาสังคมไทยในวงกว้าง และเนื่องจากเล็งเห็นสาระสำคัญของบทความว่า “ดีมาก” สมควรเผยแพร่ให้อ่านกันแพร่หลาย จึงนำมาเผยแพร่ต่อเพื่อให้สมกับเจตนารมณ์ของผู้เขียนที่มุ่งสร้างคนด้วยหลัก คิด หลักทำและหลักธรรม ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้)

     

     

    ข่าวสังคมในหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับจะมี ภาพข่าวของบรรดา ไฮโซ” หรือผู้คนในแวดวงสังคมชั้นสูงไปปรากฏตัวในงานโน้นงานนี้อยู่เป็นประจำ ภาพลักษณ์ของ ไฮโซ” เหล่านี้คือ แต่งตัวดี มีฐานะ รํ่ารวย รสนิยมสูง ผู้คนในสังคมจึงยึดถือเป็นต้นแบบ และพยายามตะเกียกตะกายทำตัวให้ดูเลิศหรู เพื่อจะได้เข้าสู่สังกัด ชนชั้นสูง” กับเขาบ้าง แต่ความจริงแล้ว การเป็นชนชั้นสูงหรือชนชั้น NOBLE” ในภาษาอังกฤษนั้น แตกต่างจากสิ่งที่คนทั่วไปรับรู้กันอย่างมาก

     

    ผมบังเอิญได้ อ่านบทความเรื่อง จิตวิญญาณของชนชั้นสูง” จากเว็บไซต์ของบริษัทที่ปรึกษาชื่อดังแห่งหนึ่งในไต้หวัน บทความนี้มีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจจึงขอตัดตอนนำส่วนที่สำคัญมาถ่ายทอดให้คน ไทยเราได้ลองศึกษาวิเคราะห์ดู ดังต่อไปนี้

     

    การศึกษาคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาสังคมและเป็นหัวข้อที่บรรดาพ่อแม่ต่างให้ความสำคัญโดยเฉพาะสังคมจีนในปัจจุบัน

    คนจีนที่มีฐานะจำนวนไม่น้อยต่างนิยมส่งลูกหลานไปศึกษายังประเทศอังกฤษโดยให้ เข้าเรียนในสถาบันการศึกษาที่ได้ชื่อว่าเป็น “โรงเรียนชนชั้นสูง” ด้วยความหวังว่าจะช่วยยกระดับฐานะทางสังคมเป็น คนชั้นสูง” กับเขาบ้าง

    แต่แล้วกลับพบความจริงว่าแม้กระทั่งโรงเรียน ประจำชายล้วนระดับมัธยมที่ดีที่สุดในอังกฤษอย่างโรงเรียนอีตั้นก็ยังให้นัก เรียนนอนเตียงไม้แข็งกระด้าง รับประทานอาหารแบบพื้นๆ ทั่วไป และฝึกฝนนักเรียนอย่างเข้มงวดราวกับทหารเกณฑ์ พูดได้ว่ามีความเป็นอยู่ลำบากกว่านักเรียนที่เรียนโรงเรียนธรรมดาเสียอีก
    ความจริงข้อ นี้สร้างความฉงนไม่น้อยแก่คนจีนรุ่นใหม่ฐานะดีที่ส่งลูกหลานไปเรียนถึงเมือง ผู้ดีอังกฤษ ต่างเกิดความสงสัยว่า ระบบการสอนที่เข้มงวดกวดขันนี้ เกี่ยวโยงกับความเป็นชนชั้นสูงได้อย่างไร แต่สำหรับชาวตะวันตกแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะการเป็น ชนชั้นสูง” ที่พวกเขายกย่องนั้น ไม่ใช่ ชนชั้นสูง” ตามที่เข้าใจกันในทรรศนะของคนตะวันออก

     

    คำว่า ชนชั้นสูง” ตามทัศนคติของคนอังกฤษ ไม่ใช่กลุ่มคนที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมมีชีวิตหรูหราแตกต่างจาก ปุถุชนทั่วไป การเป็น ชนชั้นสูง” คือ ผู้ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติที่รักเกียรติรักศักดิ์ศรีของตน รู้จักข่มใจ มีวินัย รับผิดชอบ เข้มแข็ง กล้าหาญ มุมานะ และเอื้ออารีต่อส่วนรวม

     

    ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนชนชั้นสูง” ที่มีชื่อเสียงระดับโลกจึงมีวิธีการสอนที่เข้มงวดกวดขัน วัตถุประสงค์ก็เพื่อปลูกฝังคุณลักษณะของ ชนชั้นสูง” ให้ตั้งแต่ยังเล็ก แต่คำว่า ชนชั้นสูง” ในความคิดของคนตะวันออก โดยเฉพาะชาวจีนที่เป็นเศรษฐีหน้าใหม่ ไม่ได้ต่างอะไรกับ ชนชั้นผู้มั่งมี” ด้วยเหตุนี้ ตามความเข้าใจของคนจีนทั่วไปในปัจจุบัน ชนชั้นสูง” จึงไม่ต่างอะไรกับ ชนชั้นผู้มั่งมี” “คนรํ่ารวย” หรือ เศรษฐี

    เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนและถูกต้องจะขอยกตัวอย่างความเป็นชนชั้นสูงของชาวตะวันตกในบางเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง

     

    “ความมั่งคั่ง” กับ “ความสูงส่ง” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

    อาเธอร์ เวสเลสลี่ย์ ดยุค แห่งเวลลิงตัน นายทหารเชื้อสายอังกฤษไอริช ศิษย์เก่าโรงเรียนอีตั้น เป็นแม่ทัพคนสำคัญที่เอาชนะจักรพรรดิ นโปเลียน โบนาปาร์ต ในสงครามวอเตอร์ลู และเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ไอร์แลนด์

    ในสงครามวอเตอร์ลู ขณะที่แม่ทัพอาเธอร์ เวลเลสลี่ย์ กำลังสอดแนมข้าศึกอยู่แนวหน้า เสี่ยงกันอยู่ท่ามกลางกระสุนปืนใหญ่ที่ระดมยิงมาจากฝ่ายตรงข้าม เสนาธิการทหารได้บอกให้เขาถอยกลับออกมาหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่ปฏิบัติตาม สุดท้ายจึงถามเขาว่า

    “หากท่านสิ้นชีพในสงคราม คำสั่งเสียที่ฝากไว้คืออะไร” เขาตอบโดยไม่หันกลับมามองว่า บอกพวกเขาว่า คำสั่งเสียของผมก็คือ ให้ทำเหมือนกับที่ผมยืนหยัดอยู่ตรงนี้

    ตอลสตอย นักประพันธ์เลื่องชื่อชาวรัสเซีย เขาเกิดในตระกูลชนชั้นสูงของรัสเซีย ในวัยเรียนได้รับอิทธิพลทางความคิดของรุสโซและมองเตสกิเออ จึงลาออกทั้งที่ยังไม่จบการศึกษา เพื่อกลับสู่ภูมิลำเนาและทดลองยกเลิกระบบทาส คืนเสรีภาพแก่แรงงานทาสที่ทำงานให้กับตน

    ระหว่างปี คศ1855 ตอลสตอยใช้ชีวิตในกองทัพและได้เข้าร่วมสงครามระหว่างรัสเซียกับพันธมิตร ยุโรป ชีวิตชนชั้นสูงและการเป็นนายทหารทำให้เขาเห็นความอัปลักษณ์ของสังคม งานเขียนของเขาส่วนใหญ่จึงสะท้อนสังคมที่กดขี่ไม่เสมอภาค เขาเลือกใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสมถะ ทั้งๆ ที่มีทรัพย์สินจำนวนมาก

    วันที่ 28 ตุลาคม คศ1910 ตอลสตอยในวัย 83 เข้าใกล้วาระสุดท้ายของชีวิตเขานำสมบัติทั้งหมดแบ่งให้แก่คนยากจน จากนั้นได้ออกจากบ้านและที่ดินที่เคยเป็นของตน ใช้ชีวิตพเนจรโดยไม่มีใครรู้ข่าวคราวอีกเลย ลมหายใจสุดท้ายของเขาหมดลง ณ มุมหนึ่งของสถานีรถไฟร้างแห่งหนึ่ง

    สเตฟาน ชเวก Stefan Zweig) นักประพันธ์ชาวออสเตรียได้กล่าวไว้ว่า ความอนาถและน่าสังเวชของวาระสุดท้ายในชีวิตไม่ได้ลดทอนความยิ่งใหญ่ของตอลสต อยลงเลยแม้แต่น้อย

    ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษ ได้เสด็จเยี่ยมเยียนชาวบ้านผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ในสลัมแห่งหนึ่งในนคร ลอนดอน เมื่อพระองค์มาถึงบ้านพุพังโกโรโกโสหลังหนึ่งได้ตรัสกับหญิงชราเจ้าของบ้าน ว่า

    “ข้าจะขอรบกวนเข้าไปสักหน่อยได้ไหม”

    นี่แสดงให้เห็นว่า แม้พระองค์จะเป็นถึงกษัตริย์ก็ยังเคารพและให้เกียรติชนชั้นล่างของสังคม อันเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของผู้ที่อยู่ในระดับชนชั้นสูง
    รักศักดิ์ศรีและมีคุณธรรมคือสัญลักษณ์ของชนชั้นสูง

    ปี คศ1135 เมื่อพระเจ้าเฮนรี่ที่ 1 แห่งอังกฤษเสด็จสวรรคต ก็เกิดศึกชิงราชบัลลังก์ระหว่างพระราชนัดดาสตีเฟ่น หลานลุงและพระราชนัดดาเฮนรี่ที่ 2

    หลานตาพระราชนัดดาสตีเฟ่นประทับอยู่ ณ นครลอนดอนได้ชิงขึ้นครองราชย์ก่อนเป็นพระเจ้าสตีเฟ่น ขณะที่พระราชนัดดาเฮนรี่ที่ 2 อยู่ระหว่างเดินทางเยือนประเทศต่างๆ ในยุโรป พระราชนัดดาเฮนรี่ที่ 2 จึงรวบรวมกำลังพลจัดตั้งเป็นกองทัพบุกอังกฤษหวังชิงราชบัลลังก์ แต่ด้วยความอ่อนเยาว์และขาดประสบการณ์ ทำให้กองทัพต้องประสบกับการขาดแคลนเสบียงระหว่างทาง

    การนำทัพครั้งแรกของพระองค์จึงล้มเหลว ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้พระองค์ได้ทรงกระทำสิ่งที่คนทั่วไปคาดคิดไม่ถึงคือ ทรงเขียนจดหมายขอทุนช่วยเหลือจากพระเจ้าสตีเฟ่น ซึ่งพระเจ้าสตีเฟ่นก็พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์มาให้โดยไม่ลังเล และแล้วพระราชนัดดาเฮนรี่ที่ 2 ก็จัดเตรียมทัพบกมาอีกเป็นครั้งที่ 2

    การศึกครั้งที่ 2 ของพระองค์ประสบความสำเร็จ พระเจ้าสตีเฟ่นเป็นฝ่ายปราชัย แต่แล้วพระองค์ก็ทรงทำสัญญากับพระเจ้าสตีเฟ่น โดยให้พระเจ้าสตีเฟ่นครองราชย์ต่อไป ส่วนพระองค์ดำรงตำแหน่งเป็นรัชทายาท วันใดที่พระเจ้าสตีเฟ่นสวรรคต พระองค์ถึงจะขึ้นครองราชย์สืบต่อไป
    ทุกการต่อสู้ต้องสง่างาม

    ในสงครามกลางเมืองอเมริกาซึ่งเป็นสงคราม ระหว่างรัฐฝ่ายเหนือ 23 รัฐ ที่เรียกตนว่า สหรัฐอเมริกา Union States of America กับรัฐฝ่ายใต้ 11 รัฐที่แยกตัวออกมา และใช้ชื่อว่าสมาพันธรัฐอเมริกา Confederate States of America แม่ทัพโรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ด ลี  ผู้บัญชาการทหารฝ่ายใต้ได้พ่ายแพ้ต่อ อับราฮัม ลินคอล์น ผู้นำฝ่ายเหนือในยุทธการเกตตีสเบิร์ก ซึ่งนำความพ่ายแพ้มาสู่ฝ่ายใต้ในที่สุด

    ก่อนที่กองทัพของแม่ทัพโรเบิร์ตจะพ่ายแพ้ นายทหารหลายนายได้เสนอให้เขาสลายกองทัพและกระจายกำลังไปหลบซ่อนตามบ้านเรือน ของชาวบ้าน เพื่อทำสงครามกองโจรจะดีกว่า แต่เขาไม่เห็นด้วยและได้กล่าวว่า สงครามเป็นหน้าที่ของชายชาติทหาร หากทำตามที่กล่าวมา ก็เท่ากับผลักภาระหน้าที่ให้แก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ถ้าเอาชีวิตของเราแลกกับความสงบสุขของประชาชนภาคใต้ได้ เรายินดีเป็นเชลยที่ถูกลงโทษประหาร

    หลังจากที่แม่ทัพโรเบิร์ตถูกจับกุม อับราฮัม ลินคอล์น ปฏิบัติต่อเขาอย่างสุภาพบุรุษ ไม่เพียงไม่ลงโทษตามกฎของทหาร กลับให้เขากลับไปยังภูมิลำเนา แม่ทัพโรเบิร์ตจึงเกษียณตนเองและใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่บ้านเกิด อันเป็นการปิดฉากชีวิตนายทหารอย่างสง่างาม

    ชาวตะวันตกมีกฎระเบียบในการเดินเรืออยู่ข้อ หนึ่งคือ หากเรือประสบอุบัติเหตุใกล้อับปาง ผู้บังคับการเรือจะเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากเรือ และผู้บังคับการเรือบางคนก็เลือกที่จะจมดิ่งลงไปพร้อมกับเรือที่เขาควบคุมมา ตลอดทางมากกว่าที่จะขอมีชีวิตรอดแม้ว่าโอกาสจะเอื้ออำนวยก็ตาม สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่มีเต็มเปี่ยมในสายเลือดของ ชาวตะวันตก

    ผู้บังคับการเรือที่มีจิตวิญญาณของการเป็น กัปตันเรือได้อย่างน่ายกย่อง และยังอยู่ในความทรงจำของผู้คนในปัจจุบันก็คือ กัปตันเอ็ดเวิร์ด จอห์น สมิธ ผู้บังคับการเรือไททานิค

    จากที่เรือใกล้จะจมในภาพยนตร์เรื่อง ไททานิค” กัปตันสมิธขอให้วงดนตรีมาบรรเลงเพลงบนดาดฟ้าเรือเพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจ ผู้โดยสาร จากนั้นเขาก็เดินเข้าห้องบัญชาการเพื่อทำหน้าที่กัปตันจนถึงวาระสุดท้ายของ เรือลำนี้ และพร้อมจะจมดิ่งไปกับเรือด้วยจิตใจที่นิ่งสงบ

    เมื่อวงดนตรีบรรเลงจบ หัวหน้านักดนตรีโค้งคำนับและเดินจากไปเช่นเดียวกับเพื่อนนักดนตรีคนอื่นๆ แต่เมื่อเห็นความวุ่นวายโกลาหลที่อยู่ตรงหน้า เขาก็เดินกลับมายังจุดเดิมและเริ่มบรรเลงไวโอลินในบทเพลงใหม่ เพื่อนนักดนตรีที่เดินไปไกลแล้ว เมื่อได้ยินเสียงไวโอลินต่างก็พากันกลับมาร่วมวงบรรเลงอีกครั้งกระทั่งถึง ช่วงที่เรือจะจม ทุกคนจับมือกันอย่างแนบแน่นแทนถ้อยคำอำลาในนาทีสุดท้ายของชีวิตนี่เป็นการ สะท้อนถึงจิตวิญญาณของชนชั้นสูง ซึ่งบ่งบอกให้รู้ว่าความตายในบางครั้งยิ่งใหญ่กว่าการมีชีวิตอยู่อย่างไร้ ความหมายมากมายนัก
    คุณลักษณะที่แท้จริงของ “ชนชั้นสูง”

    อเล็กซิส เดอ ทอคเกอร์วิลล์ นักปรัชญาการเมืองชาวฝรั่งเศส กล่าวว่า เนื้อแท้ของชนชั้นสูงคือความมีเกียรติ

    โจฮัน ฮุยซิงก์ นักประวัติศาสตร์ชาวดัชต์ กล่าวว่า เมื่อมีระเบิดและปืนกล บทบาทอัศวินก็ลดลง แต่จิตวิญญาณของความเป็นอัศวินที่เห็นได้ในยุคกลางและกลายเป็นอุดมคตินั้น ยังคงตกทอดอยู่ในวัฒนธรรมตะวันตก

    จิตวิญญาณของอัศวิน เช่น ไม่เห็นแก่เงินทอง ซื่อตรง กล้าหาญ เสียสละ รักเกียรติยศและศักดิ์ศรีนั้น เป็นส่วนหนึ่งของคุณลักษณะของ ชนชั้นสูง ที่หล่อหลอมเป็นบุคลิกของชาวตะวันตก

    ในสังคมตะวันตก ชนชั้นสูงมีบทบาทสำคัญในสังคมมาตลอดจนถึงศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันประเทศอังกฤษยังคงรักษาระดับฐานันดรศักดิ์นี้ไว้และเป็นที่ยอมรับ ของประชาชน เพราะชนชั้นสูง คือ แบบอย่างของเกียรติศักดิ์ศรีและการปฏิบัติตนอยู่ในครรลองที่ถูกต้อง

    จากเนื้อความข้างต้น กล่าวได้ว่า ชนชั้นสูง ไม่ใช่ผู้ที่มั่งมีเงินทองหรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรํ่ารวยทางวัตถุอย่างที่เราเข้าใจกัน

    แต่อยู่ที่เมื่อผู้นั้นถึงพร้อมด้วย คุณสมบัติของ ชนชั้นสูง เขาก็เป็น ชนชั้นสูง ได้ ดังนั้น หากปรารถนาที่จะเป็น ชนชั้นสูง จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว

    ทุกคนเป็น ชนชั้นสูง เราก็เป็น ชนชั้นสูงได้ ดังนั้น หากปรารถนาที่จะเป็น ชนชั้นสูง จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว

    ทุกคนเป็น ชนชั้นสูง ได้ถ้ามีเสรีภาพทางจิตใจ ไม่ถูกครอบงำด้วยอำนาจ เงินทอง หรือกระแสนิยมตามยุคสมัย ปฏิบัติตนอย่างสง่างาม กล้าหาญ เสียสละ อ่อนน้อมและรักศักดิ์ศรีของตนเอง

     

    กล่าวโดยสรุป ชนชั้นสูงคือผู้ที่ยึดมั่นในคุณธรรมและความมีเกียรติเหนือกว่าสิ่งอื่นใด

    คนไทยทั้งประเทศทุกคนจึงสามารถจะเป็น “ชนชั้นสูง” ได้ทันที ขอเพียงแต่มีจิตวิญญาณของชนชั้นสูงสถิตอย่างมั่นคงอยู่ในหัวใจ!

     

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    comments


หากมีประโยชน์ ร่วมแชร์บทความ: 20. จิตวิญญาณชนชั้นสูง (ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์) นี่ได้เลยครับ