• » 30. แนวคิดการตลาดธุรกิจขายตรงและการตลาดแบบตรง

    Global Marketing Update

     

    แนวคิดการตลาดธุรกิจขายตรงและการตลาดแบบตรง

    ศ. ดร. อุทิส ศิริวรรณ
    www.druthit.com

    พิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกใน Digital Magazine

    Appsolutebiz

    พิมพ์เผยแพร่ครั้งที่ 2

    เว็บไซต์สมาคมบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต

    19.9.2555

     

    การตลาดที่ไม่ค่อยมีตำรา และไม่ค่อยพบเห็นในแวดวงวิชาการคือ แนวคิดการตลาดธุรกิจขายตรง

    “ขายตรง” หมายความว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการนำเสนอขายต่อผู้บริโภคโดยตรง ณ ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงานของผู้บริโภคหรือผู้อื่น หรือสถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ประกอบการค้าเป็นปกติธุระ โดยผ่านตัวแทนขายตรงหรือผู้จำหน่ายอิสระชั้นเดียวหรือหลายชั้นแต่ไม่รวมถึง นิติกรรมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

    ส่วน “การตลาดแบบตรง” หมายความว่า ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้จำหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง หรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือการชักชวนจากผู้จำหน่ายอิสระตัวแทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง เพื่อให้ซื้อสินค้าหรือบริการ

    คำถามว่า  “ผู้จำหน่ายอิสระและตัวแทนขายตรง” คืออะไร

    “ผู้จำหน่ายอิสระ” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับการโอนกรรมสิทธ์ในสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการธุรกิจขาย ตรงและนำสินค้าหรือบริการดังกล่าวไปเสนอขายตรงต่อผู้บริโภค

    “ตัวแทนขายตรง” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ประกอบธุรกิจขายตรงให้นำสินค้าหรือบริการไปเสนอขายตรงต่อผู้บริโภค

    ข้อมูล  “ประมาณการยอดขายปลีกทั่วโลกระหว่างปี 1995-2007” ที่เก็บสถิติโดยสมาคมการขายตรงไทยพบตัวเลขและข้อมูลเชิงสถิติน่าสนใจดังนี้

    เริ่มจากประมาณการยอดขายปลีกทั่วโลก พบว่าเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จาก 74.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 114 พันล้านเหรียญสหรัฐ

    จากประชากรทั่วโลก 6 พันล้านคน วันนี้มีผู้ที่ยึดอาชีพเป็น “นักขาย” ทั่วโลกรวมกัน 62.7 ล้านคน

    นี่คือสถิติที่เก็บถึงปี  2007  ถ้าถึงปีปัจจุบัน น่าจะมากกว่านี้ เพราะสถิตินักขาย เพิ่มขึ้นทุกปีอย่างมีนัยสำคัญ

    อีกข้อมูลที่น่าสนใจเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่คนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงธุรกิจขาย ตรง และธุรกิจเครือข่าย นั่นคือ “ยอดขาย” รวมของกิจการขายตรงในประเทศไทย

    จากการนำเสนอข้อมูลเป็นทางการขอสมาคมการขายตรงไทย พบว่าตัวเลขปี 2007 คือ 41,700 ล้านบาท

    อ้างอิง: http://www.tdsa.org/content/21/1/

    คำถามที่ยังไม่มีข้อสรุป ตัวเลข 41,700 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่ถูกต้องหรือไม่?

    จากข้อมูลที่ทีดีอาร์ไอเคยสำรวจไว้ตั้งแต่ปี 2550 พบว่ามีบริษัทขายตรง 420 รายที่ยังคงประกอบธุรกิจ และมีข้อมูลอยู่ในระบบฐานข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทเหล่านั้นยังเคลื่อนไหวทางรายได้

    ผลสำรวจพบว่า 91% เป็นธุรกิจขนาดย่อม 4% เป็นธุรกิจขนาดกลาง และ5%เป็นธุรกิจขนาดใหญ่

    มูลค่าตลาด 3 ปีย้อนหลังจากฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นทางการ พบว่าปี 2547 มีมูลค่าตลาดขายตรง 78,212 ล้านบาท ปี 2548 มูลค่า 100,417 ล้านบาท ปี 2549 มูลค่า 93,099 ล้านบาท

    ข้อมูลดังกล่าวคือตัวเลขเมื่อ 5ปีที่แล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลปี 2555

    จากเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

    http://www.ocpb.go.th/directsale.pdf

    เราจะพบว่าสถิติการจดทะเบียนธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง มีบริษัทจดทะเบียนประกอบธุรกิจ ขายตรง จำนวน 613 ราย

    จดทะเบียนประกอบธุรกิจ ตลาดแบบตรง จำนวน 216 ราย

    รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 829 ราย

     

    ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือว่า ธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน เป็นธุรกิจที่สร้างความมั่นคงและมั่งคั่งทั้งแก่ผู้ประกอบการ และผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมในฐานะนักธุรกิจอิสระ

    ประเด็นน่าเป็นห่วงคือ “กฎหมาย” รองรับนักธุรกิจขายตรง

    กฎหมายขายตรงปัจจุบันที่แทบจะไม่ได้ช่วย SMEs แถมบทบาทที่พยายามจะเข้าไปเล่นงานแชร์ลูกโซ่ก็ทำได้ไม่เต็มที่ จะเล่นงานใครก็ต้องไปอาศัยกฎหมายอื่นช่วย เอาดีอะไรไม่ได้สักอย่าง จะสนับสนุนขายตรงก็ไม่เชิง จะจัดการแชร์ลูกโซ่ก็ทำได้ไม่ถนัด เป็นประเด็นที่น่าสนใจ

    ทั้งนี้เพราะกฎหมายขายตรงไทยไม่ได้สนับสนุนขายตรงธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่ ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ ซึ่งแท้ที่จริงควรได้รับการสนับสนุนมากกว่านี้

    สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในแวดวง  ผมได้ข้อสรุปจาก อาจารย์ภูมิสนอง หล้าสุด 1 ใน 3 แม่ทัพผู้ก่อตั้ง D Network Worldwide ได้กรุณาย่อให้ฟังว่า

    วันนี้ ธุรกิจขายตรงในเมืองไทยแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มใหญ่  จะคิดค้ากับใคร เลือกเอาเอง

    กลุ่มที่ 1 ธุรกิจขายตรงที่มียอดขายทะลุพันล้านบาท มั่นคง เป็นปึกแผ่น น่าเชื่อถือ

    กลุ่มที่ 2 เป็นบริษัทต่างชาติ ส่วนจะมั่นคง หรือน่าเชื่อถือ ต้องตรวจสอบให้ละเอียด

    กลุ่มที่ 3 เป็นบริษัทไทยหรือต่างชาติ ที่ก่อตั้งมาแล้ว 2 ปีเศษ มีแนวโน้มเติบโตรุดหน้า

    กลุ่มที่ 4 เป็นบริษัทที่กำลังเริ่มก่อตั้ง ประสบสภาวะลุ่มๆ ดอนๆ อาจเจ๊งหรือเฮง

    กลุ่มสุดท้าย เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนหัวบริษัท ไม่จริงใจ ย้ายค่าย ย้ายทีม เข้าออก ผลุบๆ โผล่ๆ

    ส่วนแนวคิดสินค้าธุรกิจขายตรงวันนี้ ได้เปลี่ยนจาก Look Young ผลิตภัณฑ์ใช้แล้วดูอ่อนกว่าวัย กลายเป็น Feel Young ใช้แล้วรู้สึกกระชุ่มกระชวย กระฉับกระเฉง สุขภาพแข็งแรง

    วันนี้ ขอนำเสนอภาพรวมสถิติเกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรง นักขาย กลุ่มธุรกิจขายตรงต่างๆ ในประเทศ และแนวคิดสินค้าขายตรงที่กำลังเป็น “กระแส”

    ถึงที่สุดแล้ว มีคำ 4 คำ ปรากฏเป็นระยะ “เติบโต”  “มั่นคง”  “ยั่งยืน” อีกคำคือ  “ต้องแตกต่าง” ด้านคุณภาพ ปริมาณ และภาพลักษณ์ของตัวสินค้าและผู้นำองค์กร

    ฝากเป็นแง่คิดสำหรับคนที่คิดจะทำธุรกิจขายตรง ต้องหาคำทั้ง 4 ให้ได้ครบถ้วนครับ  

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    comments


หากมีประโยชน์ ร่วมแชร์บทความ: 30. แนวคิดการตลาดธุรกิจขายตรงและการตลาดแบบตรง นี่ได้เลยครับ