• » 46. ข้อคิดเกี่ยวกับการศึกษาระดับอุดมศึกษา

    ข้อคิดเกี่ยวกับการศึกษาระดับ “อุดมศึกษา” มุมมองแบบ “นานาชาติ”

    ศาสตราจารย์ ดร. อุทิส ศิริวรรณ

    นายกสมาคมบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต

    26 สิงหาคม 2556

     

    เห็นข่าวคราวผู้เรียนรู้ด้วยตนเองตามอัธยาศัยมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่อ้างว่าเป็นมหาวิทยาลัยเถื่อน อาทิ มหาวิทยาลัยอดัมสัน  มหาวิทยาลัยรอชวิล

    มหาวิทยาลัยสันติภาพโลก มหาวิทยาลัยธรรมกายแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ฯลฯ

     

    ได้แง่คิดเป็น  2 แนวทาง แนวทางแรก ดีเหมือนกันที่รัฐลุกขึ้นมาปราบปรามมหาวิทยาลัยเถื่อนต่างๆ

    แต่อีกแง่หนึ่ง บางมหาวิทยาลัยก็มีปรัชญาการศึกษาดี ตั้งมานาน ได้รับการยอมรับ เช่น มหาวิทยาลัยอะดัมสัน

    เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ มีชื่อเสียงระดับดีใช้ได้ทีเดียวในฟิลิปปินส์

    คนก็เกิดกังขากับนโยบาย “ลูบหน้าปะจมูก” ของ สกอ. 

    คนเราเมื่อถึงเวลาใดเวลาหนึ่งต้องเลือกเอา

    ว่าจะเป็น “ลูกจ้าง” กินเงินเดือนรับราชการ อยู่กับองค์กรมั่นคงไปจนตาย

    หรือจะทำงาน “อิสระ” เลี้ยงชีพตัวเอง ยืนหยัดด้วยลำแข้งตนเอง ไม่ต้องง้อ สกอ. หรือ ก.พ. ให้รับรองคุณวุฒิ

    โลกการศึกษา การเรียนรู้ และการทำงานมี 2 แบบ
    แบบ "กรีกโมเดล" เก่าแก่ แท้ และดั้งเดิม ผมขอเรียกว่าแบบ Active Income
    เป็น
    การศึกษาที่เน้น "ฝากตัว" ไว้กับ "หน่วยงานราชการ" ที่มั่นคง เรียนจบแล้วมีหลักประกันมีสวัสดิการมีงานทำแน่นอน
    ไม่ต้องดิ้นรน ขอเพียงแค่การมีวุฒิการศึกษาที่ สกอ. รับทราบสำนักงาน ก.พ. รับรอง  แต่ตลาดแรงงาน "ไม่รับ" เข้าทำงาน ก็ไม่สนใจ!
    สำนักงาน ก.พ. จะตีค่าเงินเดือนให้ "ต่ำกว่า" ความรู้ความสามารถที่ตนเองมีหลายเท่าก็ก้มหน้ารับกรรม ไม่เอ๊ะ! ไม่อ๊ะ! ไม่ลังเล! ไม่สงสัย!
    คิดเข้าข้างตนเองว่าเป็นวุฒิที่ถูก เป็นวุฒิที่ ก.พ. รับรอง เคยชินมากเข้า ก็พาลคิดว่าประเทศอื่น ระบบอื่น ถ้า ก.พ. ไม่รับรองก็เป็นวุฒิเถื่อน ดูถูกคนอื่นไปอีก
    ถามคนที่จบโรงเรียนนายร้อย จปร. โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และคนเป็นผู้พิพากษาดู จะเห็นใจเป็นที่สุด
    เพราะถ้าวันใดถูกไล่ออกจากราชการ ก็เอาวุฒิไปใช้ทำงานอะไรไม่ได้  ทั้งที่ ก.พ. รับรอง!!!
    หนำซ้ำยังเกิดค่านิยม "ไล่ล่าด่าว่ากดขี่ข่มเหง" ใครจบจากประเทศเหนือกว่า ก็หาว่าเขาซื้อวุฒิมา ไม่ได้เรียน
    ใครจบจากประเทศด้อยกว่า ก็ดูหมิ่น เหยียดหยาม ราวกับเขาหรือเธอมิใช่คน
    ทั้งที่ฟิลิปปินส์ หรืออินเดีย ก็ไม่ได้เรียนง่าย เรียนแทบตายกว่าจะจบ (ส่วนน้อยเป็นแบบที่ "ด้อยคุณภาพ" ต้องยอมรับว่ามีอยู่ปะปนกัน)
    ระบบการศึกษาแบบ Active Income ปลูกฝังค่านิยมให้เชื่อมั่นว่าต้องเป็นเจ้าคน นายคน รับราชการเท่านั้น
    ต้องทำงานเป็นลูกจ้างเฉพาะกิจการที่มั่นคง ยุ่งกับการทำงานหารายได้ให้องค์กรเติบโต
    ตนเองต้องทำงานหนัก ทำงานเหนื่อย สู้กับกระแส อิจฉา ริษยา เลื่อยแข้งขา เหยียบตาปลา ตลอดชีวิต
    ทำงานมาก เหลือเงินเก็บน้อย เสียเวลานั่งในออฟฟิศทั้งวัน เสียสุขภาพจิตกับบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมเพื่อนร่วมงาน

    แตกต่างจากโลกของการศึกษาอีกระบบ ผมขอเรียกว่า การศึกษาแบบ Passive Income
    เป็นการศึกษาเน้นการเรียนรู้ และการทำงาน ค้นคว้า วิจัยด้วยตนเอง ลองผิด ลองถูก แพ้เป็นบทเรียน ชนะเป็นครู ประสบการณ์สอนตัว
    ไม่มีเวลาเข้าเรียน ก็ต้องครูพักลักจำ เรียนเอาเองนอกห้องเรียน ค้นคว้า  ฟัง พูด อ่าน เขียน จากงานที่ทำ ดูคนอื่นทำ
    ลอกเลียน และเรียนรู้ ปะปนจนเกิดความรู้ใหม่
    ฟังผู้รู้บ้าง ดูทีวีบ้าง ท่องเน็ตบ้าง คุยแลกเปลี่ยนกับคนทั่วไปบ้าง เรียนรู้ตลอดชีวิต
    ไม่เอาตัวเองไปเป็นทาสราชการ หรือหน่วยงานที่อืดอาด ไม่ยึดติดวุฒิปริญญาที่ สกอ. หรือ ก.พ. ตีค่า รับรองเงินเดือน
    ไม่คิดเอาปริญญาไปสมัครงาน ไปรับราชการ เพราะรู้ “แนวทาง” ตนเองว่าเป็นเช่นไร
    ทำงานอิสระ ตีค่าเงินเดือน ตั้งเป้าหาเงินด้วยตนเอง รับรองวุฒิตนเองด้วยความรู้ความสามารถที่มี
    พึ่งตนเอง ไม่คิดพึ่งราชการ และที่ทำงาน เป็นนายตัวเอง ไม่เป็นทาสใคร
    คิดเป็น ทำเป็น วิจัยเป็น ทำงานอะไร ทำที่ไหน ทำกับใครก็ได้ หาเงินเป็น ทำโครงการเป็น
    เน้นนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการกว้างไกล มีเป้าหมายชีวิต มีทัศนคติที่ดีต่อความสำเร็จ
    เน้นทำงาน “เร็วกว่า ดีกว่า ถูกกว่า” พุ่งเป้าสู่ “ระบบ” เลี้ยงตนเอง ที่เป็น “มรดก” มีกินมีใช้ตลอดชีวิตชั่วลูกหลาน
    ใช้เวลาทำงานน้อย ใช้เงินลงทุนทำกิจการน้อย ใช้พลังงานน้อย เหลือเวลาไปทำอย่างอื่น

    เลือกเอาเองว่า จะเดินเส้นทางไหน อยากเดินทางยาก ก็ศึกษาเรียนรู้แบบ Active Income
    อยากเดินทางลัด ก็ศึกษาเรียนรู้แบบ  Passive Income
    ยังไม่เข้าใจ Active Income กับ Passive Income คืออะไร ?  ก็คลิก Google ค้นหาความรู้เอาเอง

    จะก้าวทัน ASEAN จะแข่งได้ในระดับนานาชาติ

    ผมขอสนับสนุนการเรียนรู้ค้นคว้าด้วยตนเองแบบ Passive Income


    ประหยัดงบประมาณรัฐบาลในการสร้างตึกใหญ่โต

    แต่ไร้คนเรียน ตึกมาตรฐาน แต่คนเรียนไร้คุณภาพ

    ใหญ่โตแค่ไหน ก็แค่นั้น

    รัฐควรเอาเงินมา “พัฒนา” ระบบออนไลน์ ให้คนได้เรียนรู้ทันโลก ทันเหตุการณ์เถิดครับ

    การศึกษายุคดิจิตอล ถึงยุคต้องเลือกเอาว่า  “จะลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงตนเอง” หรือ “ถูกสถานการณ์ขับเคลื่อนกดดันให้เปลี่ยนแปลง”
    พลังขับเคลื่อนสำคัญคือ เสรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี และกฎหมาย

    แต่อย่าถึงขั้น “ซื้อวุฒิปลอม” “ซื้อวุฒิเถื่อน” และ “ปลอมวุฒิ” มาใช้กันเลย
    เสียเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
    ใครไม่่รู้ ตัวเองก็รู้ ควรมีความละอายใจกับการอยากได้อยากดีอยากมีอยากเป็นในสิ่งที่ไม่สมควร

    อยากทำงานในระบบราชการ ก็เน้นบินไปเรียนถึงต่างประเทศกับมหาวิทยาลัยรัฐนั้นๆ ที่ สำนักงาน ก.พ. รับรอง
    อยากทำงานในระบบผู้ประกอบการ ก็เน้นเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านเทคโนโลยีทันสมัย และยึดหลัก “สุจิปุลิ” ฟังคิดถามเขียน
    ชอบเรียนแบบไหน?  ถามตัวเอง?

     

    พยายามเลือก “หลักสูตร” และ “สถาบัน”
    ที่เหมาะสมกับ “ตัวท่าน” และความรู้ความสามารถที่ท่านมี

     

    ประสบการณ์ผม เรียนมาทุกระบบ ตั้งแต่โรงเรียนวัด กศน. ในห้องเรียน นอกห้องเรียน ตามอัธยาศัย จนถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศและต่างประเทศ

    สรุปได้สั้นๆ ว่่า เรียนมหาวิทยาลัยแนวไหนก็ดีทั้งนั้น แต่เรียนแล้ว “เวลา” ต้องเพิ่ม “รายได้” ต้องมากขึ้น และ “พลังงาน” ต้องมีล้นเหลือที่จะไปทำงาน
    ด้านอื่นๆ เพื่อรับใช้สังคมและประเทศชาติต่อไป

     

    อย่าไปเรียนกับ “มหาวิทยาลัย” ที่เป็น “ตัวตลก” และ “ต้มตุ๋น” มีมากมาย ทั้งในและต่างประเทศ ได้แค่วุฒิที่ถูกต้อง แต่ไม่ภาคภูมิใจ

    เรียนทั้งทีแล้ว ต้องภาคภูมิใจในศักดิ์และสิทธิ์แห่งปริญญาที่ได้รับ  อย่าสนใจ “ปริญญา” ที่มอบให้โดยไม่ได้เรียน ไม่น่าภูมิใจครับ !!!

     

    ที่นี่ สนับสนุน “เรียนรู้” ค้นคว้า วิจัย ในห้องเรียน นอกห้องเรียน และค้นคว้าด้วยตนเองกับมหาวิทยาลัยที่มีใบอนุญาตจัดตั้ง
    ได้รับรองวิทยฐานะในประเทศนั้นๆ และเป็นการจัดการเรียนการสอนที่สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
    ด้วยความรู้และวิชาการสมัยใหม่ทันสมัย อัพเดตตลอดเวลา และสามารถที่จะต่อยอดเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

     

    แต่ไม่สนับสนุนให้เสียเงินซื้อวุฒิ ทั้งวุฒิเถื่อน และวุฒิถูกต้อง ที่ “จ่ายครบ จบแน่”  ได้แต่ “กระดาษ” แต่ไม่ได้ “ความรู้” ใดๆ

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    comments


หากมีประโยชน์ ร่วมแชร์บทความ: 46. ข้อคิดเกี่ยวกับการศึกษาระดับอุดมศึกษา นี่ได้เลยครับ